“มองอะไร ไม่พอใจรึ ไม่เคยเห็นคนรวยหรืออย่างไร”
เฉียนเป่าหงุดหงิดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นขอทานสกปรกที่นั่งยองๆ อยู่ในซอกหันมองจ้องเขา เขาจึงสะบัดเสื้อกันหนาวขนสุนัขจิ้งจอกแล้วเริ่มพูดจาดูถูกขอทานคนนั้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ซงเถางงจนพูดไม่ออก เขาเม้มปากมองเฉียนเป่า สงสัยเหลือเกินว่าหมอนี่เอาความกล้าในการพูดจาอวดดีต่อหน้าเขามาจากไหน แม้สภาพของเขาตอนนี้จะดูไม่ได้ก็จริง… แต่ก็ยังเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับหกขั้นจักรพรรดิยุทธการเชียวนะ!
พ่อครัวชายวัยกลางคนข้างหลังเฉียนเป่าเองก็มองซงเถาด้วยสายตารังเกียจเช่นกัน เขาโบกมือแล้วเอ่ย “คิดเอาไว้ไม่มีผิดว่าร้านในตรอกจะต้องเป็นเช่นนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ไม่ค่อยมีลูกค้า เป็นเพราะว่ามีขอทานสกปรกอยู่หน้าตรอกอย่างไรเล่า แค่เห็นก็กินข้าวไม่ลงแล้ว”
“พ่อครัวเจ้า ถ้าเจ้ากู้ชื่อเสียงของร้านเรากลับมาได้ เดี๋ยวกลับไปถึงร้านแล้ว ข้ายินดีมอบเงินรางวัลพันเหรียญทองให้เลย! รับรองว่าเทศกาลฤดูใบไม้ผลิปีนี้สุขสันต์แน่นอน!” เฉียนเป่าเหลือบมองพ่อครัวเจ้าแล้วหัวเราะออกมา พ่อครัวเจ้าเป็นพ่อครัวที่มีทักษะการใช้มีดยอดเยี่ยมที่สุดในร้าน
เฉียนเป่ารู้ดีว่าเขาไม่สามารถทำอาหารรสชาติอร่อยกว่าอาหารของร้านใจไม้ไส้ระกำได้ แม้จะไม่เคยชิมมาก่อน แต่การที่ปู้ฟางได้รับการยอมรับจากจักรพรรดิองค์ก่อน ก็แปลว่ารสชาติอาหารของปู้ฟางน่าจะเทียบเคียงเป็ดอบบุปผาของร้านเขาได้เลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้การพยายามเอาชนะชาย