ู้ฟางตอบเสียวเบา จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าครัวไปท่ามกลางสายตาอับอายของเจ้ารู่เก๋อ จากนั้นชายหนุ่มเจ้าของร้านก็กลับมาพร้อมจอกสุรากระเบื้องในมือ
“รินให้เต็มเลย ไม่ต้องเกรงใจ” ปู้ฟางเอ่ย
เจ้ารู่เก๋อมองปู้ฟางอย่างจนด้วยคำพูดพร้อมคิดในใจว่า “ไม่รู้รึว่าข้าถามตามมารยาทไปอย่างนั้น เราไม่ได้สนิทกันด้วยซ้ำ แล้วข้าจะเลี้ยงเหล้าเจ้าไปเพื่ออะไรกันเล่า แถมเหล้าที่เจ้าขายก็ตั้งสิบห้าผลึก ที่สำคัญที่สุดคือให้น้อยจนแทบไม่พอดื่ม”
แต่เจ้ารู่เก๋อก็ปฏิเสธผลที่ตามมาจากการถามตามมารยาทของตนเองไม่ได้ และจำใจต้องรินสุราลงจอกของปู้ฟางผู้ที่กำลังมองมาอย่างจริงใจ ชายหนุ่มรินสุราให้เจ้าของร้านด้วยสีหน้าตายด้าน
ปู้ฟางยกสุราขึ้นจิบด้วยสายตาพึงพอใจ
ด้วยอากาศเย็นเยือกและหิมะที่ตกอยู่ภายนอกร้าน การทำให้ร่างกายอบอุ่นด้วยสุราชั้นเลิศนั้นเป็นความสุขเหลือแสน…
“เถ้าแก่ปู้ เจ้าไม่สงสัยหรือว่าเหตุใดเด็กนั่นถึงไม่มาที่ร้านเสียที” บุตรชายเสนาบดีฝ่ายซ้ายถามย้ำอีกครั้ง เขาดื่มสุราในมือจนหมด จากนั้นก็หรี่ตามองปู้ฟาง
ชายหนุ่มเจ้าของร้านมองเจ้ารู่เก๋อ จากนั้นก็วางจอกสุราว่างเปล่าลงบนโต๊ะ แล้วถือวิสาสะหยิบเหยือกขึ้นมารินสุราให้ตนเอง “ข้าจะต้องรู้ไปทำไม…”
เจ้ารู่เก๋อมีสีหน้าไร้อารมณ์ ขณะมองปู้ฟางดื่มสุราหัวใจหยกเยือกแข็งที่เขาสั่งด้วยท่าทางสบายๆ รู้สึกเศร้าขึ้นมาทันทีที่ตนเองคิดสั้นไปเปิดปากเอ่ยชวนตามมารยาทเช่นนั้น
“นางเป็นล