นครหลวง จวนตระกูลโอวหยาง
ใบหน้าของผู้เฒ่าโอวหยางที่นั่งอยู่บนยกพื้นสูงในห้องโถงใหญ่นั้นนิ่งขึง สมาชิกตระกูลโอวหยางแทบทุกคนก็อยู่ในโถงนั้นเช่นกัน
โอวหยางซงเหิงที่นั่งอยู่ต่ำกว่าบิดาตนหน้านิ่งเหมือนรูปปั้น บรรยากาศภายในห้องโถงตึงเครียดมาก
เสี่ยวอี้เบ้ปากบูดบึ้ง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความไม่พอใจ นางมองผู้เฒ่าโอวหยางที่นั่งอยู่บนสุดของห้องโถง จากนั้นก็พ่นลมเยาะแล้วเบือนหน้าหนี
“ไอ้พวกไร้ประโยชน์ เฝ้าเสี่ยวอี้เอาไว้ให้ดี อย่าให้นางออกจากจวนได้แม้แต่ครึ่งก้าวในวันนี้” เมื่อผู้เฒ่าโอวหยางเห็นกิริยาของโอวหยางเสี่ยวอี้ เขาก็รู้สึกปวดหัวตุบขึ้นมาทันที แต่ก็ยังดึงดันยืนกรานในสิ่งที่ตัวเองพูดขณะมองสามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยาง
สามพี่น้องพยักหน้าพร้อมหันไปจ้องโอวหยางเสี่ยวอี้เขม็ง ทว่ากลับถูกโอวหยางเสี่ยวอี้จ้องกลับมาตาเขียว จนทั้งสามต้องเบือนสายตาหนีด้วยความรู้สึกผิดทันที
“ท่านปู่! เหตุใดจึงไม่ข้าออกไปข้างนอก! ข้าต้องไปช่วยงานที่ร้านนะ!” โอวหยางเสี่ยวอี้ถามผู้เฒ่าโอวหยางอย่างดื้อดึง
ผู้เฒ่าโอวหยางถลึงตาใส่หลานสาว “เสี่ยวอี้ ปู่เพียงแต่หวังดีกับเจ้าเท่านั้น หลายวันที่ผ่านมานี้บรรยากาศภายในนครหลวงย่ำแย่นัก องค์ชายรัชทายาทและองค์ชายสองกำลังเล่นการเมืองแย่งบัลลังก์กันอยู่ ทั้งคู่ยอมทำสิ่งใดก็ได้เพื่อดึงคนให้มาเข้าข้างตนเอง! พวกปู่เป็นห่วงสวัสดิภาพของเจ้านะ เสี่ยวอี้!”
“ต่อให้เป็นเพราะเรื่องนั้น… ท่า