นปู่ก็หยุดข้าให้ไปช่วยงานที่ร้านไม่ได้อยู่ดี!” โอวหยางเสี่ยวอี้ทำแก้มป่องเบ้ปากอย่างไม่พอใจแล้วเอ่ยตอบ
“ช่วยงาน… ช่วยงานอะไรกัน! เจ้าเป็นบุตรสาวของแม่ทัพ! จะไปวิ่งพล่านไปมาในที่สาธารณะทำงานเป็นบริกรในร้านอาหารได้อย่างไร! น่าอับอายสิ้นดี!” ผู้เฒ่าโอวหยางเหนื่อยใจกับหลานสาวมากเสียจนหนวดกระตุกด้วยโทสะ
เมื่อโอวหยางเสี่ยวอี้ได้ยินคำพูดของปู่ตน นางก็กอดอกทันที สายตาของเด็กหญิงจ้องไปที่ผู้เฒ่าโอวหยางอย่างเย็นชาจากนั้นก็หัวเราะเบาๆ “ท่านปู่ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ท่านพูดเมื่อวานนี่! ตอนที่ข้าบรรลุสู่ระดับสี่ขั้นจิตยุทธการ ท่านดีใจเสียจนเนื้อเต้น! ท่านถึงกับยอมให้ข้าไปเป็นบริกรทุกวันไม่ใช่หรือ!”
ผู้เฒ่าโอวหยางตัวแข็งทื่อ ใบหน้าเจือความอับอายเล็กน้อย แต่ไม่นานนักเขาก็กลับมายิ้มเผล่พร้อมพูดอย่างหน้าไม่อาย “ถ้าข้าบอกว่าไม่ให้ไป เจ้าก็ห้ามไป! วันนี้ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องอยู่ที่จวนนี่ละ!”
“ฮึ! ท่านปู่ตัวเหม็น! ข้าจะเมินท่านไปตลอดชีวิตเริ่มตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป!”
โอวหยางเสี่ยวอี้โกรธมาก! นางพ่นลมใส่ผู้เฒ่าโอวหยาง แล้วเดินปึงปังเชิดหน้าออกจากห้องโถงไป
“พวกเจ้าสามคนทำบ้าอะไรอยู่! ตามไปเฝ้าสิ!” ผู้เฒ่าโอวหยางตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดใส่สามพี่น้องที่กำลังดูความบันเทิงตรงหน้า
โอวหยางซงเหิงที่นั่งอยู่ด้านล่างปาดเหงื่อเย็นเฉียบออกจากหน้าพร้อมคิด “ท่านพ่อ… ท่านกำลังเป็นตัวอย่างชนิดไหนให้เด็กมันอยู่เนี่ย…”
ผู้เฒ่าโอว