ะเปะสะปะก็ดังมาจากตรอกทางเข้า จากนั้นร่างใหญ่เหมือนหมีสามร่างก็ปรากฏขึ้นที่หน้าร้าน
“หา นี่มันสามพี่น้องตระกูลโอวหยางผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ น่ะรึ” ปู้ฟางคิด เขาประหลาดใจกับสภาพที่เห็นเล็กน้อย ดวงตามองไปที่สามพี่น้องตระกูลโอวหยางที่ยืนอยู่หน้าร้านด้วยท่าทางกระวนกระวายถึงขีดสุด
“เถ้าแก่ปู้ เด็กนั่น เสี่ยวอี้ อยู่ที่นี่หรือไม่” โอวหยางเจินถามทันทีทั้งที่ยังหอบตัวโยน
“เด็กนั่นหลอกพวกเราแล้วแอบหนีออกมา! เป็นพี่น้องต้องไว้เนื้อเชื่อใจกันมิใช่รึ!” โอวหยางตี้เอ่ย
ปู้ฟางมองทั้งสามอย่างไร้อารมณ์แล้วพูดเสียงเรียบ “โอวหยางเสี่ยวอี้ไม่ได้มาวันนี้”
“นางไม่อยู่ที่นี่รึ! เป็นไปได้อย่างไร… หรือว่านาง…” โอวหยางอู๋จ้องปู้ฟาง ดูเหมือนว่าเขาจะคิดบางสิ่งได้ สีหน้าของทั้งสามเปลี่ยนไปทันที ต่างหันมามองหน้ากันพร้อมอุทาน “ไม่นะ!”
โอวหยางเสี่ยวอี้แอบหนีออกมาเพื่อมาช่วยงานที่ร้าน แต่นางกลับไม่อยู่ที่ร้าน… นั่นก็แปลได้อย่างเดียว
“ไอ้ชาติชั่วจัญไร บังอาจมาลักพาตัวน้องหญิงของข้า…” โอวหยางเจินตะโกนอย่างบันดาลโทสะ สามพี่น้องรีบหันหลังกลับแล้วจากไปอย่างโกรธเกรี้ยว ทิ้งปู้ฟางที่กำลังงุนงงเอาไว้เบื้องหลัง
ชายหนุ่มมองสามยักษ์ร้ายออกจากตรอกไปด้วยสีหน้านิ่งเฉย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขบขัน “สามพี่น้องนี่… ดูท่าจะสติปัญญาถดถอยไปเสียแล้ว”
…………………..