่างเสียบไม้ในมืออีกข้าง
กระบี่ยาวเยือกแข็งของเขายังมีหยดเลือดไหลย้อยลงมาอยู่ แต่ถังอิ่นก็กินเนื้อย่างต่อโดยไม่สนใจอะไร ใบหน้าของชายหนุ่มดูพึงพอใจอย่างอธิบายไม่ถูก ทั้งยังดูประหลาดใจอีกด้วย
“ศิษย์พี่ ข้าจัดการอสูรเวทหมดแล้ว” ชายหนุ่มในชุดเขียวพูดกลั้วหัวเราะ
ปู้ฟางพยักหน้า พร้อมเอาเนื้อชิ้นสุดท้ายใส่ปากแล้วค่อยๆ เคี้ยว
“ศิษย์พี่ เนื้อย่างของท่าน… สามารถเติมพลังปราณเที่ยงแท้ในกายได้หรือ ข้าต่อสู้กับอสูรเวทระดับห้าถึงสี่ตัวด้วยตัวคนเดียว แต่พลังปราณในกายข้ากลับไม่ลดลงเลย แถมขณะที่สู้ไปเรื่อยๆ พลังปราณยังเพิ่มมากขึ้นด้วย จนแทบจะไหลออกจากร่างข้าอยู่รอมร่อ…” ถังอิ่นสูดหายใจเข้าลึกแล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง
ลู่เซียวเซียวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ นั้นก็มีสีหน้าพึงพอใจเช่นกัน นางกำลังลูบพุงยื่นๆ ของตนหลังกินเข้าไปจนอิ่ม จากนั้นก็ถอนหายใจเอาลมร้อนออกมา ตั้งใจว่าจะพักสักครู่
ทว่าดวงตาของเด็กหญิงก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ นางหันไปมองถังอิ่นจากนั้นก็นั่งขัดสมาธิลง พลังปราณปริมาณมากไหลเวียนอยู่ในตัว จนร่างกายของนางเข้าสู่การฝึกปราณโดยธรรมชาติ
“อย่างที่เจ้าเข้าใจ เนื้อย่างนี้ทำให้พลังปราณในกายเจ้าเพิ่มมากขึ้น แต่อย่าตื่นเต้นมาก นี่เป็นเพียงอาหารพลังปราณเที่ยงแท้ธรรมดาเท่านั้น หากเจ้าอยากกินอาหารเช่นนี้อีก ก็มาที่นครหลวงของจักรวรรดิวายุแผ่ว แล้วตามหาร้านชื่อร้านเล็กๆ ของฟางฟางก็แล้วกัน” ปู้ฟางพูดเรียบๆ