ยาทซ่อมให้เสียแล้วตอนที่อีกฝ่ายมาเยี่ยม มิเช่นนั้นคงเปิดกิจการต่อไม่ได้
ศพของซูฉีแห้งกรังลงเรียบร้อย วิญญาณถูกเผาไหม้กลายเป็นจุณ ผิวหนังย่นเหี่ยว
ปู้ฟางถอนหายใจเบาๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้องค์ชายรัชทายาทมาจัดการเอง
เมื่อลูกค้าที่ซ่อนตัวอยู่ในร้านเห็นว่าเหตุการณ์สงบลงแล้ว ทุกคนก็บอกลาปู้ฟางแล้วรีบออกจากร้านไป จนสุดท้ายในร้านจึงเหลือเพียงตัวเขาและโอวหยางเสี่ยวอี้เท่านั้น
ไม่นานนักบรรดาทหารยามก็เดินทางมาถึงทีละหน่วย เซียวเหมิงมีสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อเห็นตรอกที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง
“ดูเหมือนการต่อสู้จะดุเดือดมาก” เซียวเหมิงคิดขณะมองลงมาจากท้องฟ้า เมื่อเขาเห็นหลุมใหญ่รูปอุ้งเท้าสุนัข รูม่านตาก็พลันหดแคบทันที เขาเหลือบไปมองเจ้าดำที่นอนหลับอยู่ที่ทางเข้าร้าน
เมื่อเห็นสภาพศพของซูฉีเขาก็ชะงักแล้วถอนใจออกมาอย่างทำอะไรไม่ถูก
แม่ทัพใหญ่ส่งคนไปแจ้งข่าวให้องค์ชายรัชทายาทรู้ จากนั้นจึงเริ่มเก็บกวาดสนามรบ
“อุ้งเท้าสุนัขตัวนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ ถึงกับขยี้ผู้ฝึกตนขั้นราชันยุทธการจนเละเป็นซากไปถึงหกคน… เละเสียจนบอกไม่ได้เลยว่าใครเป็นใคร” เซียวเหมิงไม่รู้จะแสดงปฏิกริยาจากตรงไหนก่อนดี
เมื่อเขาเห็นน้ำแกงสมุนไพรไก่ปักษาเพลิงที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ดวงตาของแม่ทัพใหญ่พลันเย็นชาลง
“ดูจากวิธีการที่ซูฉีโดนฆ่า บอกได้ว่าเป็นวิชาลับของสำนักวิญญาณ มีพวกสำนัก