ัดพาหมอกให้สลายหายไปจนหมดสิ้น
ทันทีที่หมอกจางหาย ผลการประมือก็ปรากฏให้เห็นต่อสายตา เมื่อหุนเชียนอวิ่นเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เขาก็ต้องตกใจจนก้าวขาไม่ออก เปลวไฟวิญญาณในดวงตากะพริบถี่อย่างบ้าคลั่ง
ร่างของเจ้าขาวกลายเป็นสีโลหะวาววับ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีม่วงเย็น แขนทั้งสองข้างผสานเป็นกากบาทอยู่เบื้องหน้าร่างอ้วน ดูเหมือนว่ามันจะใช้แขนนี้กันการโจมตีของหอกเมื่อครู่ บนตัวไม่มีร่องรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
ปู้ฟางยืนหน้าตายอยู่ข้างหลังเจ้าขาว เขามองไปที่ชายชราตรงหน้าด้วยสายตาไร้อารมณ์ ไม่มีความกลัวหรือกังวลให้เห็นแม้แต่น้อย
“เริ่มปฏิบัติการต่อสู้!” เสียงจักรกลของเจ้าขาวเย็นเยียบขึ้นอีก ดวงตาสีม่วงอัดแน่นไปด้วยรังสีสังหาร
เสียงหึ่งของเครื่องกลดังขึ้น เจ้าขาวตาสีม่วงทะยานไปข้างหน้าทันที ความเร็วของมันมากเสียจนตาเปล่ามองแทบไม่เห็น จู่ๆ หุนเชียนอวิ่นก็เริ่มหายใจไม่ออก
ชายชราพ่นลมอย่างโกรธเกรี้ยวแล้ววาดมือเหี่ยวย่นออกมาตรงหน้า เขาขอยืมพลังจากร่างอสูรเจ้าอเวจีเบื้องหลังตนควบคุมพลังปราณสีดำที่หมุนวนอยู่รอบกาย จากนั้นก็ส่งการโจมตีด้วยฝ่ามือไปหาเจ้าขาว
ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันกลางอากาศ พลังปราณรุนแรงส่งกระแสตีกลับกระจายเป็นวงไปทั่วบริเวณ กำแพงตรอกเริ่มปริร้าวราวกับจะพังทลายลงมาด้วยแรงกระแทก
สีหน้าของหุนเชียนอวิ่นพลันเปลี่ยนไป หากทั้งสองยังคงประลองกำลังกันด้วยความแรงเท่านี้ บรรดาทหารและผู้ฝึกตนคนอื่นในนครหลวงจะต้