างหันหน้าไปมองด้วยสายตาเย็นชา เขาจับจ้องชายในชุดดำตรงหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
เปลวไฟวิญญาณในดวงตาหุนเชียนอวิ่นเต้นเบาๆ ขณะที่เขาหัวเราะในลำคอ ชายชราพูดด้วยเสียงหยาบกระด้าง “เขาว่ากันว่าร้านของเจ้าลึกลับมาก แม้แต่ขั้นนักพรตยุทธการอย่างเซียวเหมิงยังถูกไล่ออกมาได้ ความแข็งแกร่งของวงแหวนปราณเจ้าอเวจีกระชากวิญญาณนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าขั้นนักพรตยุทธการแม้แต่น้อย ข้าอยากทดสอบยิ่งนักว่าร้านของเจ้าจะแน่ขนาดไหน… และต้องการเคารพดวงวิญญาณของลูกน้องข้าสองคนที่ตายไปด้วย”
ปู้ฟางขมวดคิ้ว เขาเหลือบตามองหุนเชียนอวิ่นแล้วพูดเสียงเย็น “ข้าถามว่าเจ้าใช่คนที่ฆ่าเขา และทำลายน้ำแกงหรือไม่… ตอบแค่ใช่หรือไม่ใช่ก็พอ!”
“เจ้าอยากมีเรื่องมากสินะ! กล้าดีอย่างไรมาทำตัวโอหังต่อหน้าวงแหวนปราณเจ้าอเวจีกระชากวิญญาณของข้า! ต่อให้ข้าฆ่าเขาแล้วมันอย่างไรเล่า ข้าทำลายน้ำแกงแล้วมันจะทำไม” หุนเชียนอวิ่นเองก็โกรธเช่นกัน พลังปราณเที่ยงแท้ไหลบ่าออกจากร่าง อสูรกายข้างหลังเริ่มมีรูปร่างชัดเจนยิ่งขึ้น
เจ้าดำค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้นอย่างเกียจคร้าน มันมองไปที่ร่างขมุกขมัวของเจ้าอเวจีแล้วกลอกตา
“ต่อให้เจ้าแห่งอเวจีแหกนรกออกมาจริง ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ก็ไม่กลัว ไอ้ขี้แพ้อย่างเจ้ามาเล่นละครลิงอะไรกันอยู่ได้” เสียงอ่อนโยนฟังไพเราะของชายหนุ่มดังออกจากปากเจ้าดำ สะท้อนก้องไปในตรอก
…………………..