าวางซี่โครงเปรี้ยวหวานลงตรงหน้าเจ้าดำแล้วลูบขนสะอาดบริสุทธิ์ของมัน ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน คว้าเก้าอี้มาวางจากนั้นก็ขึ้นไปนอนขดเพราะอยากพักสักครู่
แต่เขาก็ได้พักไม่นาน เมื่อเจ้าอ้วนจินและผองเพื่อนมาถึงร้าน วันอันแสนวุ่นวายของปู้ฟางก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
บนถนนสายหลักของนครหลวง ซูฉีกำลังมุ่งหน้าไปยังร้านของปู้ฟางพร้อมด้วยกลุ่มผู้ฝึกตนจำนวนหนึ่ง พลังปราณที่ไหลออกจากร่างของคนกลุ่มนี้แข็งแกร่งเป็นอันมาก จนทำให้อากาศรอบด้านพลันบิดเบี้ยว
ซูฉีไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อยเรื่องภารกิจนำน้ำแกงกลับพระราชวัง องค์ชายรัชทายาทไม่ค่อยพึงพอใจในตัวเขาแล้ว หากเขาทำพลาดอีก อาชีพการงานคงจบเห่เป็นแน่
ด้วยเหตุนี้เขาจึงนำผู้ฝึกตนขั้นราชันยุทธการมาด้วยห้าคนเพื่อส่งน้ำแกง เผื่อว่าจะเกิดเหตุอาเพศขึ้น แค่ผู้ฝึกตนระดับห้าห้าคนก็จัดว่าเป็นแนวหน้าของนครหลวงแล้วในด้านการยุทธ์
ทางเข้าตรอกสงบเงียบ ซูฉีก้าวเท้าเข้าไปในตรอกแล้วก็ต้องขมวดคิ้วทันที เขารู้สึกได้ถึงพลังปราณเย็นเยียบที่ลอยขึ้นมาจากพื้นใต้ฝ่าเท้า
หรือจะแค่คิดไปเอง ซูฉีก้มลงมองพื้น พื้นยังคงเป็นพื้นหินเก่าดังเดิม ระหว่างหินแต่ละแผ่นยังมีตะไคร่ขึ้นแทรกอยู่ด้วยซ้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน
“ข้าคงคิดไปเองกระมัง” ชายวัยกลางคนคิดพร้อมส่ายหน้าและหัวเราะฝืด จากนั้นก็นำกลุ่มผู้ฝึกตนเข้าไปที่ร้านของปู้ฟาง
ในร้านมีลูกค้ากำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ประปราย ทุ