ใครก็ตามที่ได้ยินรู้สึกขนพองสยองเกล้า
“พี่ชายข้าได้ไก่โลหิตปักษาเพลิงมาเรียบร้อยแล้ว เขานำไก่ไปให้ร้านนั้นพร้อมสมุนไพรยามากมาย และเถ้าแก่ร้านก็กำลังทำอาหารโอสถทิพย์อยู่ แต่ว่า… เขาจะทำเสร็จพรุ่งนี้” อวี่อ๋องพูดเสียงเรียบ
“อ้อ จะเสร็จพรุ่งนี้รึ” หุนเชียนอวิ่นหรี่ตา เปลวไฟวิญญาณเต้นตุบอยู่ในดวงตาขณะครุ่นคิด
อวี่อ๋องพยักหน้า “อาหารโอสถทิพย์ไม่ใช่อาหารธรรมดาทั่วไป แม้แต่เจ้าของร้านลึกลับนั่นยังต้องใช้เวลาในการทำ แต่นี่นับเป็นข่าวดีสำหรับพวกเรา”
“ท่านคิดจะส่งพวกเราไปทำลายน้ำแกงนั่นพรุ่งนี้รึ” หุนเชียนอวิ่นถามอย่างงุนงง
“ใช่แล้ว ต้องทำลายเสีย ท่านพ่อนั้นทั้งแก่และเปราะบาง ทั้งยังทุกข์ทรมานจากโรคที่หาสาเหตุไม่ได้มากมาย การพยายามยืดอายุท่านรังแต่จะทำให้เจ็บปวดทรมานก็เท่านั้น ในฐานะบุตรชาย ข้าไม่ต้องการให้บิดาต้องทนทุกข์…” อวี่อ๋องพูดเสียงเรียบ จากนั้นก็หันไปมองหุนเชียนอวิ่นแล้วเอ่ย “จงนำกำลังพลของเจ้าและผู้ฝึกตนจากตำหนักข้า ไปวางแผนซุ่มโจมตีที่ทางเข้าตรอกพรุ่งนี้เสีย จำไว้ว่าถึงอย่างไรก็ต้องทำลายน้ำแกงสมุนไพรไก่ปักษาเพลิงนั่นให้จงได้
“หากทำไม่สำเร็จในคราวนี้… เจ้าและคนของเจ้าก็เชิญไสหัวไปได้เลย”
หุนเชียนอวิ่นยืนสีหน้าไร้ความรู้สึกอยู่ในระยะไกล เมื่อได้ยินคำพูดของอวี่อ๋อง เปลวไฟวิญญาณในดวงตาก็สั่นระริก เขาผสานมือทำความเคารพแล้วเดินออกจากห้องไป
อวี่อ๋องมองหุนเชียนอวิ่นเดินจากไป มุมปากยกขึ้นเ