้วยกัน แต่ก็ยังเทียบได้กับอสูรเวทระดับสี่ จึงใช้เวลาสักพักกว่าจะจับมาได้พะย่ะค่ะ”
“เจ้าทำได้ดีมากซูฉี” องค์ชายรัชทายาทพูดด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ พร้อมหันหลังกลับมามองชายหนวดงาม
ซูฉีโค้งคำนับอีกครั้งและไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ไก่โลหิตปักษาเพลิงและสมุนไพรสะระแหน่ก็ได้มาครบแล้ว ส่วนวัตถุดิบที่มีฤทธิ์เป็นยาอันแสนล้ำค่าอื่นๆ ก็ครบแล้วเช่นกัน ตอนนี้เหลือแค่ต้องเอาส่วนผสมเหล่านี้ไปให้เถ้าแก่ปู้ทำอาหารโอสถทิพย์เท่านั้น หากอาหารโอสถทิพย์นี้ทำให้สุขภาพของท่านพ่อดีขึ้นได้ เห็นทีตำแหน่งจักรพรรดิ… คงไม่หนีข้าไปไหนเป็นแน่” องค์ชายรัชทายาทยืนเอามือไพล่หลัง และมองไปทางท้องพระโรงที่อยู่ไกลออกไปด้วยใบหน้าตื่นเต้น ในใจมีความคิดหลายอย่างวิ่งวนอยู่
เพื่อให้ได้ตำแหน่งจักรพรรดิซึ่งสูงสุดของอาณาจักรมาครอบครอง เขาลงทุนไปมากเกินความจำเป็นเลยทีเดียว ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนการเดินบนน้ำแข็งที่เปราะบาง ด้วยความที่กลัวว่าหากตนเองก้าวพลาดไปเพียงครั้งเดียว น้องชายสุดที่รักจะฉวยโอกาสนี้ทำลายตัวเขาจนสิ้นซาก
“ซูฉี เตรียมตัวได้เลย ข้าจะไปที่ร้านเถ้าแก่ปู้ด้วยตนเองพรุ่งนี้ เราต้องดูให้แน่ใจว่าอาหารโอสถทิพย์ทำเสร็จจริง” องค์ชายรัชทายาทพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ก่อนที่อาหารจานนี้จะเสร็จ ห้ามให้ผู้ใดล่วงรู้แผนการนี้เด็ดขาด อย่าให้ลูกน้องของอวี่อ๋องล่วงรู้ได้”
“พะย่ะค่ะ องค์ชาย!” ซูฉีพูดด้วยความเคารพ
ณ ตำหนักอวี่อ๋อง
อวี่อ๋องจีเฉิงอวี