งเฉียนเป่าแล้วพูดหน้าตาย “หากมีคนขอให้ข้าประเมินคุณภาพอาหารที่ทำ ข้าคงไม่สนใจใยดีเป็นแน่ หากไม่ใช่เพราะมีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้น ข้าคงไม่ดั้นด้นมากินอาหารขยะของร้านเจ้าหรอก”
น้ำเสียงของชายหนุ่มราบเรียบมากถึงมากที่สุด แม้คำพูดจะฟังดูเหมือนเย้ยหยัน แต่กลับฟังดูไม่ได้เย้ยหยันแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขาเพียงพูดความจริงเท่านั้น
เฉียนเป่าตัวแข็งทื่อไม่รู้จะพูดอย่างไรดี แต่จากนั้นก็หรี่ตาลงแล้วระเบิดหัวเราะออกมา “ถ้าเช่นนั้นนายน้อยปู้จะให้เกียรติชิมอาหารสามจานนี้หรือไม่ขอรับ”
“นี่คืออาหารที่ดีที่สุดสามจานจากร้านปักษาเพลิงนิรันดร์”
เซียวเสี่ยวหลงและคนอื่นๆ กะพริบตาปริบ มองอาหารสามจานตรงหน้าที่ดูสวยงามน่ากิน
อาหารทั้งสามจานจากชั้นที่พิเศษที่สุดของร้านปักษาเพลิงนิรันดร์นี้ไม่ใช่สิ่งที่จะหาดูกันได้ง่ายๆ แม้อาหารเหล่านี้จะไม่ได้อร่อยเลิศรสเหมือนอาหารที่ร้านปู้ฟาง แต่การได้มากินข้าวที่ชั้นสามของร้านนี้ไม่ใช่เพื่ออาหารอร่อย แต่เป็นการดื่มด่ำกับสิทธิพิเศษและยศถาบรรดาศักดิ์ต่างหาก
ปู้ฟางเริ่มชิมอาหารจานแรกก่อน ซึ่งก็คือหมูพลังปราณตุ๋นซอสแดงตำรับจีน อาหารจานนี้ทำมาจากเนื้ออสูรเวท แม้จะเป็นเพียงเนื้อหมูป่านักรบอสูรเวทระดับหนึ่งก็ตามที แต่ทักษะการทำอาหารของผู้ที่ทำจานนี้นั้นดีใช้ได้ จึงทำให้เนื้อยังฉ่ำน้ำอยู่ อาหารจานนี้เทียบได้กับปลาคาร์ปหินผัดแห้งเลยทีเดียว
ทว่า…
“แม้นี่จะเป็นเนื้อจากอสูรเวท การคัดเลือก