มาพากลรึ ไม่นี่ ไม่เห็นมีอะไรไม่ชอบมาพากลเลย การจะพัฒนาตนเองได้ก็ต้องเรียนรู้ให้มากขึ้นกว่าเดิมอยู่แล้ว คำพูดนี้สมเหตุสมผลที่สุด ท่านปู่เองก็บอกเสี่ยวอี้อยู่บ่อยๆ เช่นกัน”
เซียวเสี่ยวหลงปากกระตุกขณะคิด “ก็ได้ ดูเหมือนว่าพูดกับเจ้าไปจะไม่มีประโยชน์สินะ”
ทั้งสามเดินตามปู้ฟางไปยังร้านปักษาเพลิงนิรันดร์ทันที
เซียวเสี่ยวหลงและอีกสองคนคุ้นเคยกับร้านปักษาเพลิงนิรันดร์เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ก่อนที่ร้านของปู้ฟางจะผุดขึ้นมาในนครหลวง ร้านนั้นเป็นร้านประจำที่พวกเขาไปกินบ่อยที่สุด ด้วยความที่เป็นร้านอาหารอันดับหนึ่งในนครหลวง รสชาติย่อมดีเป็นที่โจษจันเป็นธรรมดา
แต่แน่นอนว่าถึงจะอร่อยเพียงใดก็เทียบชั้นกับอาหารของปู้ฟางไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“เถ้าแก่ปู้ ท่านจะไปกินข้าวที่ร้านปักษาเพลิงนิรันดร์ แล้วท่านรู้กฎของร้านหรือไม่” เซียวเสี่ยวหลงก้าวไปข้างหน้าอีกสองสามก้าวมาเดินข้างๆ ปู้ฟาง
“กฎรึ กฎอะไร” ปู้ฟางงุนงงเล็กน้อยขณะหันไปมองหน้าเซียวเสี่ยวหลง
มุมปากของเซียวเสี่ยวหลงกระตุก เขารู้อยู่แล้วว่าความคิดที่จะไปกินข้าวที่ร้านปักษาเพลิงนิรันดร์ของปู้ฟางนั้นเป็นการตัดสินใจปุบปับ แต่ถึงจะงงว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังคิดทำอะไรอยู่กันแน่ เขาก็ต้องบอกกฎของร้านปักษาเพลิงนิรันดร์ให้อีกฝ่ายฟังอยู่ดี
“ร้านปักษาเพลิงนิรันดร์เป็นร้านอาหารอันดับหนึ่งในนครหลวง มีทั้งหมดสามชั้นด้วยกัน แต่ละชั้นตกแต่งต่างกันไป และลูกค้าเองก็แตกต่าง