กันด้วย ชั้นแรกเป็นชั้นที่รับรองลูกค้าธรรมดาทั่วไป ราคาอาหารไม่ได้สูงนัก ครอบครัวที่พอมีกินสามารถมากินอาหารที่ร้านได้สองถึงสามครั้งต่อเดือน
“ชั้นสองเอาไว้สำหรับรับรองแขกที่มีหน้ามีตาในสังคม จึงตกแต่งสวยงามขึ้นเล็กน้อย บริกรเองก็เปลี่ยนจากบริกรชายเป็นบริกรหญิงรูปงามในชุดผ้าปัก หากนับแค่คุณภาพการบริการก็เป็นที่หนึ่งในนครหลวงและในอาณาจักรแล้ว นอกจากนี้อาหารที่ชั้นสองยังแพงกว่าที่ชั้นแรกมากโข รสชาติเองก็ดีกว่ามากด้วยเช่นกัน
“ชั้นสามเป็นชั้นที่พิเศษสุด การบริการนั้นยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภายในหรือบริกร เรียกได้ว่าดีที่สุดในอาณาจักรอย่างแน่นอน มีเพียงคนที่สูงศักดิ์ที่สุดเท่านั้นที่จะขึ้นไปยังชั้นสามได้”
เซียวเสี่ยวหลงอธิบายให้ปู้ฟางฟังว่าแต่ละชั้นของร้านปักษาเพลิงนิรันดร์มีคุณลักษณะพิเศษอย่างไร
หลังจากที่ได้ยินคำอธิบายนั้น ปู้ฟางก็หรี่ตาแล้วพยักหน้า เจ้าของร้านปักษาเพลิงนิรันดร์จัดว่าหลักแหลม เนื่องจากเขาจัดระดับการบริการและรสชาติอาหารไว้ต่างกันตามชั้น จึงทำให้ลูกค้าแต่ละชั้นรู้สึกถึงความโอ่อ่าและมีหน้ามีตาที่ต่างกัน จนต้องจ่ายหนักมากขึ้นไปอีกเพื่อพิสูจน์ความหน้าใหญ่นั้น ลูกค้าที่เคยกินข้าวที่ชั้นแรกจะขึ้นไปชั้นสองเพื่อรักษาหน้าตาทางสังคมของตนเอง และลูกค้าที่เคยกินข้าวชั้นที่สูงไปกว่านั้นจะไม่กล้ากลับมากินที่ชั้นหนึ่งอีกแล้ว เนื่องจากไม่อยากดูเสียหน้านั่นเอง กลไกเช่นนี้จะ