ู้ฟางด้วยความตกใจเช่นกัน
“แน่นอนสิ พวกเจ้าจะขึ้นไปที่ชั้นสองก่อนก็ได้ แต่ข้าจะกินที่ชั้นแรกให้เสร็จก่อนแล้วจะตามขึ้นไป” ปู้ฟางขยายความ
ดวงตาของเซียวเสี่ยวหลงและอีกสองคนเปลี่ยนเป็นครุ่นคิดทันทีที่ได้ยินคำประกาศของปู้ฟาง ริมฝีปากของเซียวเยียนอวี่ที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมยิ้มบางขณะคิด “ปู้ฟางผู้นี้… พยายามจะก่อเรื่องสินะ”
“ย่อมได้ พี่หญิงใหญ่ชุน จัดโต๊ะที่ชั้นหนึ่งให้พวกข้าก่อนก็แล้วกัน” เซียวเสี่ยวหลงพูดกับพี่หญิงใหญ่ชุนด้วยรอยยิ้ม
ใบหน้าสวยของพี่หญิงใหญ่ชุนดูเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง ดวงตาชี้ขึ้นของนางหันไปมองปู้ฟางก่อนรีบเสไปทางอื่นแทนในเสี้ยวลมหายใจ นางพูดด้วยน้ำเสียงมีเสน่ห์ “ย่อมได้เจ้าค่ะ ตามข้ามาเลยนะเจ้าคะ”
พี่หญิงใหญ่ชุนจัดโต๊ะให้พวกเขาทั้งสี่อย่างรวดเร็ว
ปู้ฟางนั่งหลังตรง เขาถอดผ้าพันคอและเสื้อกันหนาวขนสัตว์ออก สีหน้าเคร่งขรึมขณะเอานิ้วลูบไปตามผิวโต๊ะ รู้สึกได้ถึงความมันที่ปลายนิ้วทันที ปลายนิ้วของชายหนุ่มเต็มไปด้วยคราบมันดำเมี่ยม
“ความสะอาดจัดได้ว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ทำให้ข้ารู้สึกกินข้าวไม่ลงขึ้นมาทันทีเลย” ปู้ฟางประเมินเสียงเย็น
เซียวเสี่ยวหลงที่นั่งลงและเตรียมจะสั่งอาหารพลันตัวแข็งทื่อ ชายหนุ่มหันไปมองปู้ฟางด้วยสายตาตกใจ
โอวหยางเสี่ยวอี้และเซียวเยียนอวี่เองก็กะพริบตาปริบๆ หันไปมองปู้ฟางด้วยสายตาประหลาดเช่นกัน
พี่หญิงใหญ่ชุนหุ่นอวบอัดรู้สึกอับอายเป็นอันมาก นางก่นด่าสาปแช่งอยู่ค