เซียวเหมิงและจีเฉิงเสวี่ยมองไปทางผู้ที่เพิ่งมาถึงด้วยความประหลาดใจ ดวงตาของทั้งสองดูไม่อยากเชื่อในสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย
“ฝ่าบาท! เหตุใดพระองค์จึงเสด็จมาที่นี่พะย่ะค่ะ” เซียวเหมิงรีบลุกพรวดขึ้นยืนทันที แล้วเดินเข้าไปต้อนรับจักรพรรดิ สีหน้ายังคงตกใจไม่หาย ความจริงที่ว่าแม้แต่จักรพรรดิยังเดินทางมาที่ร้านเล็กๆ ในตรอกนี้ด้วยตนเองเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น
“บุตรและพสกนิกรคนนี้ขอคารวะฝ่าบาทพะย่ะค่ะ” จีเฉิงเสวี่ยเองก็ยืนขึ้นคารวะชายชราด้วยเช่นกัน
แม้ผมของชายชราผู้นี้จะกลายเป็นสีขาวโพลน แต่สติยังคงแหลมคมนัก เขาสวมชุดคลุมงาม ผมรวบตึงเรียบร้อยด้วยปิ่นหยกเขียว จักรพรรดิเอามือไพล่หลัง แผ่บรรยากาศสง่างามของผู้ทรงอำนาจออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
“แม่ทัพเซียว เฉิงเสวี่ย พวกเจ้าทั้งสองก็มากินที่ร้านนี้ด้วยรึ แปลว่าอาหารร้านนี้อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว” จีฉางเฟิ่งยิ้มน้อยๆ แล้วก้าวเข้ามาในร้าน เขาไอมาตลอดทางขณะเดินเข้ามา ร่างโยกไหวตามแรงที่ก้าวเดิน ใครเห็นก็รับรู้ได้ว่าชายชราตรงหน้าได้แหย่ขาเข้าไปในโลงแล้วข้างหนึ่ง
เซียวเหมิงรีบเดินเข้าไปพยุงจักรพรรดิ ด้วยความกลัวว่าอีกฝ่ายจะก้าวพลาด
“ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ เหตุใดพระองค์จึงมาที่นี่คนเดียว ไม่ปลอดภัยเลยพะย่ะค่ะ แม้ผู้ฝึกตนจากสำนักต่างๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในนครหลวงจะหนีไปเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังรับประกันไม่ได้ว่าจะไม่มีใครซุ่มซ่อนอยู่” เซียว