เหมิงพูดอย่างกระวนกระวาย
จักรพรรดิโบกมือพร้อมเอ่ยเรียบๆ “ไม่เป็นไรหรอก สมัยหนุ่มๆ ใครๆ ก็ยกย่องให้ข้าเป็นชายผู้ทำให้ทั้งโลกตกตะลึงทั้งนั้น ถึงจะแก่แล้วแต่ก็ยังไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่มย่ามกับข้าอยู่ดี วันนี้ข้ามาที่นี่เพื่ออาหารเท่านั้น เรื่องอื่นข้าไม่สนใจ”
จักรพรรดินั่งลงที่โต๊ะแล้วหันไปมองบรรยากาศรอบตัว พื้นที่ภายในร้านนั้นไม่ใหญ่ มีโต๊ะวางเรียงรายกันเป็นระเบียบ การตกแต่งก็ดูอบอุ่นใช้ได้ จัดได้ว่าเป็นร้านที่มีเสน่ห์เลยทีเดียว
ชายชราผู้สูงศักดิ์ทำจมูกฟุดฟิดในอากาศ ดวงตาหันไปมองโต๊ะที่เซียวเหมิงและจีเฉิงเสวี่ยกินอาหารด้วยกันอยู่ก่อนหน้านี้ สายตาของเขาทอแสงขึ้นทันที “กลิ่นหอมของสุราช่างเข้มข้นเสียจริงเชียว หรือว่านี่จะเป็นสุราที่ร่ำลือกันว่ายอดเยี่ยมกว่าสุราน้ำอัญมณีทิพย์กัน”
“ใช่แล้วพะย่ะค่ะ สุรานี้มีขายที่ร้านนี้เท่านั้น มีนามว่าสุราหัวใจหยกเยือกแข็ง ราคาเหยือกละสิบห้าผลึก” เซียวเหมิงพูดพร้อมพยักหน้ารับ
“สิบห้าผลึกรึ… ไม่ใช่ถูกๆ เลยนะนั่น แต่ก็ทำให้ข้ายิ่งอยากลิ้มลองมากขึ้นไปอีก เถ้าแก่อยู่หนใดกันเล่า ข้าอยากพบเถ้าแก่เพื่อสั่งอาหารเสียหน่อย” จักรพรรดิถาม
โอวหยางเสี่ยวอี้มองไปที่จักรพรรดิด้วยใบหน้าเอียงอาย ดวงตาของนางเบิกกว้าง เมื่อได้ยินสิ่งที่จักรพรรดิพูด นางก็หันไปทางห้องครัวแล้วตะโกนบอก “นายท่านตัวเหม็น ท่านปู่จักรพรรดิอยากเจอนายท่าน”
“หืม ใครนะ” เสียงเรียบเฉยของปู้ฟางดังออกมาจาก