ครัวพร้อมด้วยเสียงผัดดังฉ่า
“ท่านปู่จักรพรรดิ” เสี่ยวอี้พูดอีกครั้งอย่างกระตือรือร้น
“อ้อ บอกให้รอแป๊บหนึ่ง” เสียงเรียบเฉยของปู้ฟางลอยออกมาเหมือนเดิม ทำเอาโอวหยางเสี่ยวอี้ถึงกับไปต่อไม่ถูก
เด็กหญิงรู้สึกหงุดหงิดเป็นอันมาก ทุกครั้งที่นางคุยกับปู้ฟาง นางก็รู้สึกอยากกระอักเลือดตายให้รู้แล้วรู้รอดไปทุกครา
คนที่เรียกเขาออกมาพบคือจักรพรรดิ ผู้ครองบัลลังก์สูงสุดหนึ่งเดียวในจักรวรรดิวายุแผ่ว มาบอกให้อีกฝ่ายรอเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน
จีฉางเฟิ่งและคนอื่นๆ ได้ยินบทสนทนานั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง สีหน้าของแต่ละคนดูยอดเยี่ยมน่าดูชมเหลือล้ำ
เซียวเหมิงและจีเฉิงเสวี่ยไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไรดี ต่างพากันคิดว่า “เถ้าแก่ปู้นี่… ยังนิสัยประหลาดไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องตามเคย ขนาดฝ่าบาทยังไม่ไว้หน้า”
แต่ตัวจีฉางเฟิ่งเองกลับคิดว่าตลกและน่าสนใจดี หากพ่อครัวปกติได้ยินว่าคนที่ต้องการพบตนเป็นใคร คงรีบพุ่งมาประจบประแจงเอาใจแน่นอน ไม่เคยมีใครเมินเขาเหมือนที่ปู้ฟางทำเลยแม้แต่คนเดียว
“เถ้าแก่นี่… เป็นคนน่าสนใจดี” จีฉางเฟิ่งยิ้มอ่อนพร้อมลูบเคราตนเอง
เซียวเหมิงและจีเฉิงเสวี่ยเองก็ยิ้มกระอักกระอ่วนเช่นกัน
ไม่กี่อึดใจต่อมา ปู้ฟางก็เดินออกจากครัว ในมือถือจานซี่โครงเปรี้ยวหวาน กลิ่นหอมของเนื้อลอยล่องเข้าปกคลุมทั่วร้าน สีส้มของซี่โครงเปรี้ยวหวานดูน่ากินทรมานจิตใจเป็นอันมาก
“นี่ซี่โครงเปรี้ยวหวานที่สั่ง กินให้อร่อย” ปู้ฟา