งพูดเรียบๆ แล้ววางจานลงบนโต๊ะของจีเฉิงเสวี่ย
จากนั้นชายหนุ่มก็หันไปมองชายชราที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ พลางคิดว่า “นี่คงเป็นท่านปู่จักรพรรดิที่เสี่ยวอี้บอก”
“สวัสดี จักรพรรดิ” ปู้ฟางพูดเสียงไร้อารมณ์
ทุกคนชะงักค้างกลางอากาศ จักรพรรดิเองยังอึ้งไปสักพัก ก่อนระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมลูบเครา
“สวัสดี พ่อหนุ่ม เจ้าเป็นเจ้าของร้านนี้รึ อาหารที่เพิ่งเอาออกจากครัวมานี่ชื่อว่าอะไรน่ะ กลิ่นหอมมากเลยทีเดียวเชียว” ท่านจักรพรรดิยิ้มอย่างอ่อนโยนขณะมองปู้ฟาง เขาคิดว่าเถ้าแก่ร้านนี้เป็นคนน่าสนใจทีเดียว
“อ้อ อาหารจานนั้นชื่อซี่โครงเปรี้ยวหวาน เป็นจานที่แพงที่สุดในร้านเราตอนนี้” ปู้ฟางตอบเสียงเรียบ
“ซี่โครงเปรี้ยวหวาน… กลิ่นหอมน่ากินมาก ข้าแทบรอไม่ไหวที่จะได้กินแล้ว เยี่ยมมาก” ท่านจักรพรรดิพูดพร้อมพยักหน้ากลั้วหัวเราะ
“รายการอาหารอยู่ด้านหลัง อยากสั่งอะไรก็บอกข้ามา สุราหัวใจหยกเยือกแข็งมีขายแค่วันละสามเหยือก ตอนนี้เหลือเหยือกสุดท้ายแล้ว” ปู้ฟางชี้ไปที่รายการอาหารข้างหลังจักรพรรดิ
จักรพรรดิประหลาดใจไปชั่วครู่ เขาหันไปมองรายการอาหารที่เขียนอยู่บนผนังพร้อมราคาแพงจับใจ
ชายชราอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแล้วไอออกมาสองสามครั้ง “น่าสนใจ ข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุงชามละสิบผลึก ซี่โครงเปรี้ยวหวาน… ชามละห้าสิบผลึก เหตุใดอาหารพวกนี้จึงมีราคาแพงถึงเพียงนี้”
“อาหารร้านเราราคาแพงอย่างมีเหตุผล ร้านของเราคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพยอดเยี่ยม ใ