รอกนะ!”
“เจ้า!”
หุนเชียนต้วนหัวเสียมากเสียจนอาการบาดเจ็บที่หน้าอกเริ่มปวดขึ้นมา ชายหนุ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป จนกระอักเลือดออกมาอีกยกใหญ่ เขารีบหยิบโอสถออกมากระเป๋าตรงหน้าอกแล้วยัดโอสถเข้าปากทันที
เซียวเยวี่ยหันกลับไปมองปู้ฟางด้วยสายตามีความหวัง เขารู้ว่าโอกาสที่จะมีชีวิตรอดต่อไปได้ของตนขึ้นอยู่กับปู้ฟาง
ชายหนุ่มเจ้าของร้านกำลังนอนขดตัวอยู่บนเก้าอี้ แสงอาทิตย์ที่ส่องใบหน้าทำให้เขาดูเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เล็กน้อย
โอวหยางเสี่ยวอี้หอบตัวโยนด้วยความโกรธ นางวิ่งไปซ่อนตัวด้านหลังปู้ฟางแล้วจ้องไปที่เซียวเยวี่ยด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว นางคิด “หมอนี่มันชั่วช้า… กล้ามาอุ้มข้า! แถมยังพูดว่าจะฆ่าข้าอีก! ยกโทษให้ไม่ได้เด็ดขาด!”
ปู้ฟางจ้องเซียวเยวี่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ส่วนเซียวเยวี่ยเองก็จ้องกลับด้วยสีหน้าสงบ
จนในที่สุดเซียวเยวี่ยก็ดูเหมือนจะทนสายตาตายด้านของปู้ฟางไม่ไหวอีกต่อไป หัวใจของเขาสั่นไหวอย่างยอมจำนน ก่อนหลบตาไปทางอื่นอย่างอดรนทนไม่ได้
ปู้ฟางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจพลางคิด “ใช่แล้ว คนอย่างข้าไม่กลัวการแข่งจ้องตาหรอก!”
“เถ้าแก่ปู้” เสียงทุ้มดังมาจากภายนอกร้าน แม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงในชุดเกราะเดินมาหยุดยืนหน้าร้านด้วยท่าทางทรงอำนาจ สีหน้าจริงจัง
“ต้องการอะไร” ปู้ฟางจ้องอีกฝ่ายด้วยสีหน้างุนงง
“เถ้าแก่ปู้ อาชญากรที่วังหลวงต้องการตัวเพิ่งเข้าไปในร้านของเจ้า ข้าต้องการเข้าร้านไปเพื่อจับอาชญากรทั้งสองนี้จ