รอยยิ้มบนใบหน้าเซียวเยวี่ยแข็งทื่อ ก่อนค่อยๆ จืดลงแล้วจางหายไป เข้ามองปู้ฟางด้วยสายตามีความหมาย รู้สึกได้จากสายตาด้านชาของชายหนุ่มว่าอีกฝ่ายไม่ได้ล้อเล่น
หลังจากที่ปู้ฟางมองเซียวเยวี่ยด้วยสายตาด้านชาพิฆาต ชายหนุ่มก็หันไปหากลุ่มประชาชนที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่นอกร้าน
หุนเชียนต้วนสะกดความตกใจเอาไว้ภายในแล้วหันไปมองเซียวเยวี่ย ผู้ที่สีหน้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง ชายหนุ่มหน้าซีดอดไม่ได้ที่จะหรี่ตา รู้สึกพอใจอยู่ลึกๆ อย่างบอกไม่ถูกที่เห็นราชากระบี่หัวใจสะบั้นยอมพ่ายแพ้ต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้
“ข้าต้องยอมรับ… ว่าข้ามองร้านนี้ผิดไป แต่เจ้าคิดจริงหรือว่าลำพังหุ่นเชิดนั่นอย่างเดียวจะกันทั้งเซียวเหมิงและขันทีเหลียนได้” หุนเชียนต้วนปากกระตุก ก่อนพูดขึ้นหลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้แล้ว เซียวเหมิงและเหลียนฟู่เป็นสองคนที่แข็งแกร่งที่สุดในนครหลวง ลำพังแค่หุ่นเชิดตัวเดียวจะต่อกรกับสองคนนั้นได้อย่างไร
“เจ้าคิดว่าข้าจะอยู่ในร้านนี้ไปจนแก่ตายรึ” เซียวเยวี่ยจ้องหุนเชียนต้วนด้วยสายตาเย็นชา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ
รูม่านตาของหุนเชียนต้วนหดแคบ สมแล้วที่เป็นเซียวเยวี่ย หมอนี่คงคิดทางหนีที่ไล่เอาไว้เรียบร้อยแล้ว หากศิษย์สำนักวิญญาณไม่ชักใบให้เรือเสีย แผนการที่วางเอาไว้อาจเป็นไปตามที่เซียวเยวี่ยวางหมากไว้ทุกอย่างก็เป็นได้
……
“อ้อ ที่แท้เจ้าก็มีไม้ตายซ่อนเอาไว้นี่เอง ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดจึงทำให้แม่ทัพเซียวลัง