มุมปากของเซียวเยวี่ยมีเลือดไหลออกมาเป็นสาย อีกทั้งใบหน้าหล่อเหลายังดูน่าสยดสยองเล็กน้อย กระนั้นเขาก็ยังบังคับตนเองให้ยิ้มออกมาขณะมองปู้ฟาง
“เถ้าแก่ปู้ มีคนมาก่อความไม่สงบในร้านของเจ้า… เจ้าจะเข้ามาห้ามทัพหรือไม่ “
หุนเชียนต้วนที่มีใบหน้าซีดขาวเหมือนกระดาษหันไปมองเซียวเยวี่ยราวกับชายหนุ่มตรงหน้าได้เป็นบ้าไปเรียบร้อยแล้ว เขาอดคิดไม่ได้ “ไอ้เวรนี่… สมองมันถูกกระทบกระเทือนไปแล้วหรือไร มาพ่นอะไรไร้สาระไม่ได้ความ ข้างนอกนั่นมีผู้ฝึกตนขั้นนักพรตยุทธการอยู่ถึงสองคน! แล้วมันจะมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าของร้านอาหารเนี่ยนะ”
“เจ้าเป็นบ้าไปแล้วรึ! แค่ก… หมอนี่มันเป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นคลั่งยุทธการ คิดจริงๆ หรือว่าจะช่วยอะไรเราได้” หุนเชียนต้วนกระอักเลือดออกมาขณะส่ายหน้าไหวๆ ด้วยความสิ้นหวัง
เก้าสำนักใหญ่สูญเสียไปมากเหลือเกินในศึกนี้ ผู้ฝึกตนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งถูกฆ่าตายระหว่างภารกิจช่วยเหลือตัวประกัน ไม่มีใครคาดคิดว่าจีฉางเฟิ่งจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!
“หุบปากเสีย! หากลูกน้องหน้าโง่ของเจ้าไม่เปิดเผยตัวตนก่อนเวลาอันควร… ผลที่ออกมามันจะกลายเป็นเช่นนี้ไหม สำนักวิญญาณของเจ้าต้องรับผิดชอบความผิดพลาดในครั้งนี้!” ดวงตาของเซียวเยวี่ยเย็นเยียบขณะจ้องไปที่หุนเชียนต้วนเขม็ง “ตอนนี้ข้าจะไม่มานั่งเถียงกับเจ้าก็แล้วกัน หากเจ้ายังอยากมีลมหายใจอยู่ต่อไปก็เงียบปากไปเสียแต่โดยดี ร้านนี้ไม่ได้กระจอกงอกง่อยอย่างที่เจ้าคิดห