ให้พ้น! อย่ามากินต่อหน้าข้า…” เสียงที่ฟังดูหัวเสียดังขึ้นข้างๆ เจ้าอ้วนจิน เสียงเย็นนั้นดูเหมือนลอยสะท้อนออกมาจากโลกหลังความตาย
ชายอ้วนที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยสะดุ้งทันที เมื่อหันหน้าไปมองเขาก็เห็นชายคนหนึ่งที่หน้าตาค่อนข้างดูไม่ได้ยืนอยู่ข้างๆ ตน ชายผู้นั้นกำลังกลืนน้ำลายเอื๊อก จ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาเย็นชา
“เจ้าเป็นใครกัน ถึงมีหน้ามาบอกให้ข้าหยุดกิน ข้าจะกินแล้วมันจะทำไมกันเล่า มันหนักหัวเจ้ามากนักรึ” เจ้าอ้วนจินกัดขนมปังหอยนางรมอีกครั้งพร้อมพูดเย้ย
ชายหน้าตาอัปลักษณ์จ้องชายอ้วนข้างกายตนเขม็ง มือกำหมัดแน่นราวกับอยากฟาดใบหน้าหาเรื่องของเจ้าอ้วนจินเต็มเหนี่ยว
แต่เมื่อชายผู้นั้นนึกถึงแผนของสำนักที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เขาก็สะกดกลั้นอารมณ์โกรธของตนเองลงไป ทำได้เพียงจ้องมองเจ้าอ้วนจินตาเขียวปั้ดแล้วพูดว่า “ไอ้อ้วนเอ๊ย รอก่อนเถิด!”
“พับผ่าสิ! ถึงกับต้องข่มขู่ข้าเลยรึ ข้าจะกินให้หมดต่อหน้าเจ้านี่ละ ถ้าแน่จริงเหมือนปากว่าก็ลองดูสิ!” เจ้าอ้วนจินพูดพร้อมยัดขนมปังหอยนางรมที่เหลือเข้าปากในคำเดียว จากนั้นก็หยิบขนมปังหอยนางรมชิ้นที่สองออกมาจากใบไผ่ แล้วโบกหราไปมาต่อหน้าชายข้างกายตน
ชายผู้นั้นสูดหายใจเข้าลึก เส้นเลือดสีเขียวปูดโปนขึ้นบนหมัดที่กำแน่น
ในตอนนั้นเอง เชลยศึกทั้งหกคนก็คุกเข่าลงบนลานประหาร ศีรษะห้อยตกลง ข้างกายแต่ละคนมีเพชรฆาตร่างหนาที่มีผ้าสีแดงพันรอบศีรษะ ทุกคนดูดุดันเหมือนสัตว์ร้