ยวตวัดไปมองเจ้าขาวทันที “หุ่นเชิดจักรกลนี่…”
บรรยากาศภายในร้านตึงเครียดขึ้นอีกขั้น ทว่าตอนที่ทุกคนคิดว่าปู้ฟางกำลังจะตายอย่างเขียดนั้นเอง แม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงก็ถอนหายใจออกมา เขาหันหลังกลับเพื่อเดินไปยังทางเข้าร้าน
“วันนี้ข้าจะไว้หน้าเถ้าแก่ปู้ก็แล้วกัน ตามข้าออกมา มาสู้กันให้รู้หมู่รู้จ่าข้างนอกเถิด”
มุมปากของเซียวเยวี่ยตวัดขึ้น สีหน้าเปลี่ยนเป็นเหนื่อยหน่ายใจ
“เหตุใดข้าต้องทำตามที่ท่านบอกด้วย ถ้าทำเช่นนั้นก็แปลว่าข้าต้องกลายเป็นฝ่ายเสียหน้าน่ะสิ” เซียวเยวี่ยเดินเข้าไปหาปู้ฟางเพื่อรับเหยือกสุรามาถือไว้ในมือ
แม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมามอง เขายกมือขึ้น ทันใดนั้นพลังปราณเที่ยงแท้ก็ซัดออกจากฝ่ามือ แปรเปลี่ยนเป็นกระแสพลังที่พุ่งเข้าพันเกี่ยวเหยือกในมือเซียวเยวี่ยเอาไว้
แม่ทัพใหญ่ออกแรงกระตุกเพียงเล็กน้อย เหยือกสุราหัวใจหยกเยือกแข็งก็ลอยมาเข้ามือ
รูม่านตาของเซียวเยวี่ยหดแคบ รังสีที่แผ่ออกจากกายเปลี่ยนไปทันที เขาส่งพลังปราณของตนเข้าไปเกี่ยวเหยือกเอาไว้เช่นกัน
“ข้าบอกว่าถ้าอยากจะตีกัน… ก็ให้ออกไปตีข้างนอกไง” ปู้ฟางพูดหน้าตายเมื่อเห็นทั้งสองตั้งท่าจะวางมวยกันอีกครั้ง
ทั้งเซียวเหมิงและเซียวเยวี่ยพ่นลมเย้ยออกมาพร้อมกัน ก่อนพุ่งออกนอกร้านไปยืนอยู่กลางตรอกแคบ
ช่างน่าขนพองสยองเกล้าเสียจริง! เมื่อทั้งสองออกจากร้านไป บรรยากาศก็พลันเปลี่ยนกลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง ทุกคนหอบตัวโยน สีหน้า