ีเฉิงอันอธิบายอย่างชัดถ้อยชัดคำขณะมองไปที่ปู้ฟางอย่างตั้งคำถาม
ปู้ฟางพยักหน้ารับแล้วตอบเสียงเรียบ “ใช่แล้ว นี่คือไก่โลหิตปักษาเพลิง”
“ข้าเคยอ่านผ่านมาบ้างจากบันทึกโบราณในวังหลวง แต่ไม่คาดคิดว่าอสูรเวทแสนประหลาดชนิดนี้จะอยู่ที่ทุ่งหญ้าสามเหลี่ยมกว้างใหญ่ในดินแดนป่ารกชัฏจริงๆ” จีเฉิงอันทำหน้าอาลัยอาวรณ์ ก่อนส่ายหน้าทันที
“น่าเสียดายที่แม้ไก่โลหิตปักษาเพลิงจะมีคุณค่ามาก แต่อาการบาดเจ็บของเซียวเยียนอวี่เป็นเพราะพลังชีวิตที่หดหาย ข้าเกรงว่าเจ้าคงจะรักษาให้นางหายด้วยสิ่งนี้ไม่ได้”
ปู้ฟางเม้มปากขณะมองจีเฉิงอันที่กำลังส่ายศีรษะ
“ข้าไม่ได้แค่เอาไก่โลหิตปักษาเพลิงไปต้มเฉยๆ อย่าพูดมั่วซั่วได้หรือไม่หากเจ้ายังไม่เคยกิน”
จีเฉิงอันสะดุ้งก่อนมองปู้ฟางด้วยสายตาไม่ชอบใจ เขาเป็นถึงองค์ชายรัชทายาทของอาณาจักร ราษฎรธรรมดาบังอาจมาพูดจาเช่นนี้กับเขาได้อย่างไรกัน
จีเฉิงเสวี่ยและคนอื่นๆ คุ้นชินกับอุปนิสัยห้วนห้าวของปู้ฟางอยู่แล้ว ชายผู้นี้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดในโลกหล้า ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับองค์ชายรัชทายาทของอาณาจักร ก็ย่อมกล้าต่อปากต่อคำด้วยแน่นอน
หัวใจของซูฉีเต้นไม่เป็นจังหวะ องค์ชายรัชทายาทที่ถูกเลี้ยงดูให้เติบโตมาอย่างราชนิกูลจะไปทานทนกับคำพูดสามหาวของปู้ฟางได้อย่างไรกัน เพื่อกันไม่ให้สถานการณ์แย่ไปกว่านี้ เขาจึงรีบพูดออกมาเพื่อไกล่เกลี่ย
“เถ้าแก่ปู้ ในเมื่อท่านมั่นใจในน้ำแกงไก่ของตนเองถึงเพียงนี้ ก็รีบ