ให้แม่นางเซียวเยียนอวี่กินสิ” ซูฉีพูดพร้อมทำมือคารวะ
แม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงมุ่นคิ้วเล็กน้อยขณะพูดกับปู้ฟาง “ไอ้หนุ่ม หวังว่าน้ำแกงไก่ของเจ้าจะใช้ได้ผลนะ ไม่เช่นนั้นก็คงรู้ดีว่ามีอะไรรอเจ้าอยู่”
“วางใจได้ น้ำแกงนี่ได้ผลแน่นอน” ปู้ฟางตอบเรียบๆ
เขาหยิบชามกระเบื้องสีฟ้าขาวขนาดเล็กออกมาตักน้ำแกงสีเหลืองใสใส่ด้วยช้อนกระเบื้องเข้าชุด น้ำมันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำแกงสะท้อนแสงระยิบ ดูไม่มันแต่ก็ไม่จางจนเกินไป
“น้ำแกงไก่นี้มีชื่อว่าน้ำแกงสมุนไพรไก่ปักษาเพลิง ทำมาจากสมุนไพรสะระแหน่สวรรค์และไก่โลหิตปักษาเพลิง นอกจากนี้ยังใส่สมุนไพรชั้นเลิศที่มีฤทธิ์เป็นยาหลายชนิดเข้าไปด้วยระหว่างปรุง ข้าใช้วิธีการทำอาหารด้วยพลังปราณเที่ยงแท้ในการกระตุ้นการดูดซึมน้ำสมุนไพรสะระแหน่ให้ซึมเข้าน้ำแกงไก่อย่างสมบูรณ์แบบ จนออกมาเป็นอาหารโอสถทิพย์ที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณซึ่งจะช่วยบำรุงเลือดและพลังชีวิต”
หลังจากที่แนะนำอาหารจานเอกของตนเรียบร้อย ปู้ฟางก็ยกชามน้ำแกงไก่เดินเข้าไปหาเซียวเยียนอวี่ที่ซีดเซียวจนเหมือนจะสลายหายไปในอากาศ
แม่นางเซียวเยียนอวี่ยังคงงดงามเช่นเดิม แม้ผิวจะดูหม่นหมองไร้เลือดฝาดเนื่องจากพลังชีวิตหายไปเป็นจำนวนมาก แต่โรคภัยไข้เจ็บก็ยังไม่สามารถซ่อนความงามของนางได้ ดวงตาของนางซึ่งหมองเหมือนดอกไม้โรยราในฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นต่างรู้สึกสงสารจับใจไปตามๆ กัน
“อ้าปากแล้วพูดว่าอ้า” ปู้ฟางพูดกับเซียวเยียนอว