บรรยากาศหนักอึ้งที่ปกคลุมร้านอยู่สลายไปทันที ทั้งโอวหยางเสี่ยวอี้และปู้ฟางกลับมาหายใจทั่วท้องอีกครั้ง
บรรยากาศน่าสะพรึงกลัวมลายหายไปอย่างรวดเร็วเหมือนตอนที่มันเกิดขึ้น แม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงกลับไปยังที่นั่งของตนพร้อมเปิดผ้าคลุมเหยือกสุราหัวใจหยกเยือกแข็งออก เขารินสุราลงจอก กลิ่นสุราหอมฟุ้งไปทั่วร้าน
“ขั้นปราณของผู้ก่อความไม่สงบแข็งแกร่งเกินไป ไม่สามารถจับแก้ผ้าประจานต่อหน้าประชาชีได้…” ดวงตาจักรกลของเจ้าขาวยังคงกะพริบวาบ ขณะรายงานสถานการณ์ให้ชายหนุ่มเจ้าของร้านรู้
ปู้ฟางตบพุงของเจ้าขาวด้วยสีหน้าเฉยเมยเป็นการปลอบใจ จากนั้นเจ้าหุ่นยนต์ก็กลับไปประจำที่ในห้องครัว
“เหตุใดเซียวเหมิงจึงหยุดโจมตีกัน” ปู้ฟางคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ “หรือว่าเมื่อครู่ปราการด่านสุดท้ายที่ระบบบอกจะทำงาน ว่าแต่ไอ้ปราการด่านสุดท้ายที่ว่ามันคืออะไรกัน” ชายหนุ่มสงสัยขึ้นมาทันที
หลังจากนั้นแม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงก็ไม่ได้ก่อเรื่องอะไรอีก เขากินอาหารและดื่มสุราจนหมด จ่ายเงินด้วยความอิ่มเอมแล้วจากไป
ผู้ฝึกตนระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการนี้ช่างอู้ฟู่เสียจริง
ปู้ฟางมองแม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงจากไป สุนัขสีดำตัวใหญ่ที่หน้าร้านพ่นลมเยาะเย้ยก่อนกลับไปนอนอีกครั้ง
“ดูเหมือนว่าคราวนี้จะเกิดเรื่องใหญ่จริงๆ เสียแล้ว” ปู้ฟางสูดหายใจเข้าลึก รู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาเล็กน้อย หากเขาทำน้ำแกงสมุนไพรไก่ปักษาเพลิงไม่สำเร็จ และช่วยชีวิตเซียวเยียนอวี่เอาไว