จของปู้ฟางก็อยู่ไม่นาน เขาสงบจิตสงบใจลงในที่สุด ตัวเขาเองนั้นไม่เหมือนคนอื่น ถึงจะมีพลังปราณเที่ยงแท้อยู่ในระดับสาม แต่หากต้องต่อสู้กับเซียวเสี่ยวหลงก็คงพ่ายแพ้โดยง่าย เนื่องจากแม้ระดับพลังปราณจะสูงแต่ความสามารถในการต่อสู้กลับไม่มีแม้แต่น้อย
“ข้าสู้ไม่เป็น ก็แล้วมันจะอย่างไรเล่า ในเมื่อข้ามีเจ้าขาวอยู่ทั้งคน” ปู้ฟางคิด
“ระบบ ข้าต้องสะสมพลังปราณเที่ยงแท้อีกเท่าใดจึงจะบรรลุระดับสี่ได้” ปู้ฟางถาม
“การจะบรรลุปราณระดับสี่ขั้นจิตยุทธการได้นั้นต้องใช้หนึ่งพันผลึก ระดับห้าขั้นราชันยุทธการต้องใช้หนึ่งหมื่นผนึก และระดับหกขั้นจักรพรรดิยุทธการต้องใช้หนึ่งแสนผลึก” ระบบตอบเสียงเคร่ง
ปู้ฟางยกมือขึ้นทาบอก พยายามต่อต้านความรู้สึกอยากกระอักเลือดออกมาให้รู้แล้วรู้รอด… น่าหงุดหงิดใจเป็นบ้า! นี่เขาจะต้องขายข้าวผัดไข่อีกสักกี่ชามกันกว่าจะได้หนึ่งแสนผลึกมาครอบครอง รับรองว่ามันจะต้องมากกว่าจำนวนปีที่เขาเหลืออยู่บนโลกนี้อย่างแน่นอน
“ดูเหมือนความหวังที่ข้าจะใช้พลังปราณของตัวเองอวดเบ่งกับใครต่อใครจะดับสูญไปเสียแล้ว…” ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความหดหู่
“หากระดับหกขั้นจักรพรรดิยุทธการต้องใช้แสนผลึก แปลว่าระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการต้องใช้ล้านผลึก… สวรรค์โปรด ล้านผลึก! หากเอามากองรวมกันเป็นภูเขา คงทับข้าตายกลายเป็นซากกระรอกเป็นแน่แท้
“แล้วถ้าลองคิดเลขต่อไปเล่า ระดับแปดขั้นเทพแห่งสงคราม… สวรรค์เป็นพยาน!”
ปู้ฟางตัวสั่น