เหล้าของเถ้าแก่ปู้นั้นอร่อยเลิศ แม้แต่ผู้ที่ต่อมรับรสตายด้านอย่างพวกเรายังต้องยอมสยบ!”
“จึ๊! พวกเจ้านี่พูดโม้เกินจริงกันเสียเหลือเกิน ไอ้ร้านเส็งเคร็งเช่นนั้นมันจะไปมีอาหารอร่อยได้อย่างไรกัน” เจ้ารู่เก๋อที่นั่งอย่างสง่างามอยู่ใกล้ๆ เมื่อได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ก็อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ยขึ้นมา
“เจ้าหัวเราะอะไร! หากข้าบอกว่าอร่อย มันก็ต้องอร่อยสิ!” โอวหยางเจินพูด ดวงตาจ้องไปที่เจ้ารู่เก๋ออย่างขุ่นเคือง
“ฝ่าบาทเป็นผู้เลือกพ่อครัวหลวงด้วยตนเองจากพ่อครัวที่มีชื่อเสียงทั่วทั้งอาณาจักร กว่าจะมาเป็นพ่อครัวในวังหลวงได้จะต้องผ่านการคัดเลือกที่เข้มงวดหลายรายการ แล้วพ่อครัวจากร้านเล็กๆ ในตรอกจะไปสู้พวกเขาได้อย่างไรกัน การที่พวกเจ้าเอ่ยปากชมเขามิได้แปลว่าฝ่าบาทไร้ความสามารถในการคัดคนรึ” เจ้ารู่เก๋อเอ่ยเรียบๆ
แม้โอวหยางเสี่ยวอี้จะคิดว่านายท่านตัวเหม็นเป็นคนร้ายกาจ แต่ก็ไม่ชอบให้มีคนมาพูดถึงเขาในแง่ไม่ดี ดวงตาคู่โตของนางจ้องเขม็งไปที่เจ้ารู่เก๋อแล้วเบ้ปาก “เจ้าเคยกินอาหารที่นายท่านตัวเหม็นทำหรืออย่างไรกัน หากไม่เคยกินมาก่อนก็เงียบปากไปเสียเถอะ!”
สีหน้าของเจ้ารู่เก๋อชะงักเก้อ รู้สึกราวถูกลูกศรล่องหนพุ่งเข้าเสียบอก
“รายการต่อไปคือ สุราน้ำอัญมณีทิพย์!”
ตอนที่เจ้ารู่เก๋อกำลังจะตอกกลับนั้นเอง เสียงประกาศเข้มของขันทีก็ดังไปทั่วบริเวณ จากนั้นทุกคนในท้องพระโรงก็พากันตะโกนโห่ร้อง เนื่องจากจุดที่ดีที่สุดของงานเ