ุยกันอยู่
เซียวเสี่ยวหลงกำลังนั่งจ้องเหยือกไพลินที่บรรจุสุราไว้ภายในด้วยสีหน้าตื่นเต้น ภายในเหยือกนั้นมีสุราน้ำอัญมณีทิพย์
สามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยางเองก็เลียริมฝีปากและจ้องเหยือกตาไม่กะพริบเช่นกัน
ทั้งสองตระกูลมีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือสภาพของจานอาหารตรงหน้าที่แทบไม่ได้แตะเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นภาพที่ดูประหลาดมากในท้องพระโรง
อาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่ปรุงโดยฝีมือของพ่อครัวหลวง รสชาติย่อมต้องอร่อยและอาจเรียกได้ว่าเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในจักรวรรดิเลยก็ว่าได้ ทว่าพี่น้องจากตระกูลเซียวและตระกูลโอวหยางกลับหยุดกินหลังจากตักเข้าปากไปได้คำเดียวเท่านั้น
“อาหารนี่รสชาติแย่เป็นบ้า แย่กว่าอาหารของนายท่านตัวเหม็นสุดๆ ไปเลย…” โอวหยางเสี่ยวอี้พูดขณะเอาตะเกียบจิ้มชิ้นปลาเล่นด้วยสีหน้าเดียดฉันท์ นางไม่รู้สึกหิวเลยแม้แต่น้อย
แม้อารมณ์เช่นเดียวกันจะไม่ได้ปรากฏอยู่บนใบหน้างดงามของเซียวเยียนอวี่ แต่นางก็ไม่ได้มีท่าทางว่าจะหยิบตะเกียบขึ้นมาแต่อย่างใด ทำเพียงมองภาพบรรยากาศภายในท้องพระโรงเท่านั้น
“เหตุผลเดียวที่เรามาที่นี่เป็นเพราะสุราน้ำอัญมณีทิพย์ หากไม่ใช่เพราะเถ้าแก่ปู้ไม่ขายสุราแล้วละก็ ข้าคงไม่แม้แต่จะมาเหยียบที่นี่ด้วยซ้ำ อาหารทั้งหมดนี้ยังเทียบข้าวผัดไข่ของเถ้าแก่ปู้ไม่ได้เลย!” เซียวเสี่ยวหลงพูดพร้อมถอนหายใจ
เมื่อสามพี่น้องตระกูลโอวหยางได้ยินก็พากันพยักหน้าหงึกหงัก โอวหยางเจินเอ่ยสำทับ “ปลาดอง