านั้น
แต่ชายตรงหน้าเขานี้กลับดื่มหมดเหยือกคนเดียว และดูมึนเมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ระดับความคอแข็งของอีกฝ่ายจัดว่าน่าตกใจทีเดียว
“เถ้าแก่ เหล้าหมดแล้ว! เอามาอีกเหยือก” เขาสั่งเพิ่มพร้อมมุ่นคิ้ว
“สั่งได้คนละเหยือกเท่านั้น” ปู้ฟางตอบเรียบๆ เขาเองก็ดื่มจอกในมือตนเองหมดแล้วเช่นกัน ใบหน้าแดงเรื่อเล็กน้อยจากฤทธิ์สุรา
ชายในชุดดำตบโต๊ะดังป้าบ ผลึกนับสิบกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ “เถ้าแก่ ข้ามีเงินจ่ายแน่ เอามาอีกเหยือก”
“นี่เป็นกฎของร้าน สั่งได้แค่คนละเหยือกเท่านั้น” ปู้ฟางยังคงไม่ยี่หระ
ชายผู้นั้นขมวดคิ้ว มือพลันตบลงบนโต๊ะอีกครั้ง กระบี่ห่อเศษผ้าค่อยๆ โผล่ออกจากฝัก
เสียงของกระบี่โลหะสะท้อนไปทั่วร้านเหมือนมังกรคำราม
ชายในชุดดำถือกระบี่เอาไว้ในมือ ชี้ปลายคมกริบมาที่ปู้ฟาง ห่างจากจมูกของเขาเพียงคืบเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มเจ้าของร้านรู้สึกได้ถึงความเย็นที่แผ่ออกจากปลายกระบี่มรณะ
ร่างทั้งร่างของเขาพลันขนลุกซู่ไปหมด แต่สีหน้ายังคงตายด้าน
“เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าข้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าไม่เอาสุรามาให้ข้าอีก” ชายผู้นั้นยิ้มพร้อมกระเซ้า
“เหตุใดข้าต้องสนใจด้วยว่าเจ้าเป็นใคร จะก่อความไม่สงบเช่นนั้นรึ” ปู้ฟางตอบเสียงเรียบ แม้ปลายกระบี่จะอยู่ห่างไปเพียงคืบเดียว แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาสะทกสะท้านแต่อย่างใด
ชายผู้นั้นพิจารณาปู้ฟางอยู่สักพัก จากนั้นก็เก็บกระบี่กลับเข้าฝัก แล้วห่อฝักกระบี่ด้วยเศษผ้าอีกครั้ง พลังปราณจา