้ามลัดคิว ใครก็ตามที่ไม่ทำตามกฎจะต้องถูกจดชื่อลงบัญชีหนังหมา และจะไม่ได้รับการต้อนรับที่ร้านนี้อีกต่อไป” ปู้ฟางพูดเสียงเรียบ เสียงของเขาไม่ได้ดังแต่ก็ดังมากพอที่จะกลบเสียงอื่นได้ทั้งหมด
ตอนนั้นเอง ทั่วทั้งร้านก็ตกอยู่ในความโกลาหล
คนเหล่านี้ถูกนายของตนส่งมาสำรวจร้าน และคุ้นเคยกับการวางตัวเหนือกว่าคนภายนอกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จะไปอดรนทนกับกฎมากมายของร้านเล็กๆ แห่งนี้ได้อย่างไร ทุกคนจึงโวยวายเสียงดังทันที
ปู้ฟางวางข้าวผัดไข่ลงตรงหน้าซูหยวนชิง
“นี่ข้าวผัดไข่ที่สั่ง กินให้อร่อย” ชายหนุ่มเอ่ย
ดวงตาของซูหยวนชิงพลันจับจ้องไปที่ข้าวผัดไข่ เขาพยักหน้าตอบรับและไม่ได้สนใจปู้ฟางอีกต่อไป
“เงียบเดี๋ยวนี้! อย่าโวยวายเสียงดังกันจะได้ไหม!” ปู้ฟางตะโกนเสียงเย็นพลางขมวดคิ้ว
“หน็อยแน่ะ! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน อย่ามาทำเป็นวางอำนาจบาตรใหญ่หน่อยเลย! แค่ข้าเดินเข้ามากินที่ร้านเจ้าก็เป็นบุญหัวเจ้าแล้ว! ข้าเป็นลูกน้องของขุนนางจางเชียวนะ! อย่าริอ่านมาหาเรื่องคนอย่างข้าจะดีกว่า!” พ่อบ้านด่าพร้อมชี้นิ้วใส่หน้าปู้ฟาง
คนอื่นก็รวมวงชี้หน้าด่าชายหนุ่มเจ้าของร้านด้วยเช่นกัน
ร้านที่เงียบลงชั่วครู่กลับมาโกลาหลอีกครั้ง
โอวหยางเสี่ยวอี้กลอกตา จากนั้นก็สังเกตเห็นใบหน้าหงุดหงิดของปู้ฟาง นางตัดสินใจเงียบปากเพื่อสังเกตการณ์คนเหล่านี้ทันที จะไปวางอำนาจที่ไหนก็ไม่ว่า แต่กลับมาทำตัวยโสโอหังที่ร้านเล็กๆ ของฟางฟางเช่นนี้…
เสียงจักรก