งสตรีอัจฉริยะแห่งนครหลวงมีความคิดล้ำลึกกว่าคนทั่วไป คิ้วของนางขมวดมุ่นอยู่ชั่วครู่ก่อนจะคลายออก
ทั้งสามไม่เข้าไปในร้านแต่เลือกหันหลังกลับ ซุนฉีเซี่ยงและเจ้ารู่เก๋อเองก็กลับออกไปเช่นกัน ทั้งสองต่างไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามทั้งที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของร้านแห่งนี้ดี
หลังจากที่ทำความสะอาดจานชามเรียบร้อย ปู้ฟางก็เดินกลับเข้าไปในบริเวณห้องอาหาร เขาลูบหัวเจ้าขาวแล้วเอ่ยชมมัน จากนั้นก็จัดแจงจะปิดร้าน
“นาย… นายท่านตัวเหม็น ข้าคงต้องกลับก่อน ข้ากลัวว่าท่านปู่จะโกรธเกรี้ยวและส่งกองทัพมาพังร้านท่านหากข้าไม่กลับบ้าน” โอวหยางเสี่ยวอี้พูดอย่างระมัดระวัง นางกลัวนายท่านตัวเหม็นคนนี้ยิ่งนัก กลัวว่าเขาจะจับนางแก้ผ้าประจานต่อหน้าประชาชีหากนางทำให้เขาโกรธ
ปู้ฟางประหลาดใจเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้ารับ “วันนี้ปิดร้านแล้ว กลับบ้านได้ แต่พรุ่งนี้เจ้ายังต้องมาอยู่ ครบเจ็ดวันเจ้าจึงไปได้”
โอวหยางเสี่ยวอี้พยักหน้าแล้วออกจากร้านไปอย่างระวังตัว จากนั้นก็รีบโกยอ้าวกลับจวนโอวหยางไป
ปู้ฟางหาวหน้าตายก่อนเดินกลับเข้าครัว เขาอยากลองของรางวัลที่ได้รับมาใหม่ รวมถึงอาหารจานที่ลืมทำไปเมื่อคืนด้วย ซึ่งก็คือ… ขนมจีบทองคำ
………………………………