“พี่ใหญ่ ท่านคิดว่าไอ้ขี้กะโล้โท้นี่มันโง่เง่าหรือไม่ เราเดิมพันกับมัน แต่เรากลับเป็นฝ่ายชี้เป็นชี้ตายว่าอาหารของมันอร่อยหรือไม่อร่อย ต่อให้อาหารของมันอร่อยจริง เราก็แค่ต้องบอกว่าไม่อร่อย แล้วมันจะทำอะไรได้! สุดท้ายก็ต้องคืนตัวน้องหญิงให้เรา” โอวหยางตี้กระซิบกระซาบกับโอวหยางเจินที่มีสีหน้าเคร่งขรึม
โอวหยางเจินเหลือบมองน้องชายคนที่สามจากนั้นก็พ่นลมเยาะออกมา “ด้วยต่อมรับรสที่ตายด้านของเรา ต่อให้เป็นอาหารชั้นเลิศในพระราชวังก็ยังมีรสชาติจืดชืดเหมือนกันหมดไม่มีผิด เจ้าคิดว่าเราจะแยกออกหรือว่าจานใดอร่อยจานใดไม่อร่อย เจ้าพูดเล่นหรือโง่จริงกันแน่”
“ไอ้ขี้กะโล้โท้นั่นถึงอย่างไรก็แพ้เดิมพันแน่นอน” โอวหยางเจินตอบอย่างผู้ชนะ หนวดกระดิกตามแรงลม
“พี่ใหญ่สมกับเป็นมันสมองของเราจริงๆ ท่านอ่านสถานการณ์ขาดทันที เป็นเพราะเราดื่มสุรามากเสียจนต่อมรับรสพังไปหมด ทุกอย่างกลับกลายเป็นไร้รสชาติเหมือนน้ำเปล่าไม่มีผิด นอกจากสุราที่ยังรับรสได้อยู่ แต่จะว่าไปมันก็ไม่ค่อยน่าพิสมัยเท่าใดหรอกนะ” โอวหยาวอู๋เอ่ยพร้อมถอนหายใจ
“น้องสอง! ไม่ต้องกังวลไป หลังจากที่เรารับเสี่ยวอี้กลับบ้านได้แล้ว ข้าจะให้เจ้าดื่ม ‘สุราเพลิงชัชวาลหอมชั้นเยี่ยม’ ที่ท่านจักรพรรดิประทานให้ข้า! รับรองว่าร่างทั้งร่างของเจ้าได้ลุกเป็นไฟด้วยรสชาติแสนเลิศล้ำแน่!” โอวหยางเจินพูดพร้อมตบบ่าโอวหยางอู๋
“ฮ่า! ขอบคุณนะพี่ใหญ่! ด้วยต่อมรับรสที่ตายด้านเช่นนี