้ มีเพียงสุราเท่านั้นที่เราจะดื่มด่ำกับรสชาติได้!” โอวหยางอู๋ยิ้มเผล่
ระหว่างที่ทั้งสามกำลังพูดคุยกันนั้น ปู้ฟางก็กำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว
ปลาทะเลน้ำแข็งต้องหมักเอาไว้ก่อนที่จะทำปลาดองเหล้า เขาเตรียมปลาเอาไว้เพียงสองตัวเมื่อคืน และตัวแรกก็ทำให้ลูกค้ากินไปแล้ว จึงเหลืออยู่เพียงตัวเดียว แต่ในเมื่อมีคนสั่งอีกครั้งก็ต้องนำออกมาทำ
หลังจากเอาธัญพืชหมักเหล้าออกจากผิวของปลาแล้ว ชายหนุ่มก็บั้งปลาสองครั้ง แล้วเอาใส่ซึ้งไม้ไผ่เพื่อนึ่งให้สุก
ในขณะเดียวกันเขาก็เริ่มทำข้าวผัดไข่กับน้ำแกงเต้าหู้หัวปลา
กลิ่นของข้าวผัดไข่นั้นหอมมาก กลิ่นหอมลอยออกจากครัวเข้าห้อมล้อมสามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยางเอาไว้ทันทีราวกับเป็นผ้าไหมอ่อนนุ่ม ทั้งสามเริ่มดมจมูกฟุดฟิด
“กลิ่นหอมเป็นบ้า! ดูเหมือนว่าไอ้ขี้กะโล้โท้นี่จะมีความสามารถอยู่เหมือนกัน” โอวหยางตี้เอ่ย สีหน้าดื่มด่ำกับกลิ่นหอมของอาหาร
อีกสองคนนั่งเงียบ ไม่ได้สนใจกลิ่นหอมมากนัก ไม่ว่าอาหารจะหอมเพียงใด เมื่อมาเจอเข้ากับต่อมรับรสพังแสนพังของพวกเขา ทุกอย่างก็รสชาติเหมือนน้ำเปล่าอยู่ดี
เมื่อโอวหยางเสี่ยวอี้ไม่อยู่แถวนั้น ปู้ฟางก็ต้องนำอาหารออกมาให้ลูกค้าด้วยตนเอง เขาวางข้าวผัดไข่ลงบนโต๊ะพร้อมเอ่ยออกมา “เอ่อ… ใครสั่งข้าวผัดไข่ก็กินให้อร่อยแล้วกันนะ”
ในเมื่อคนทั้งสามหน้าเหมือนเตียวหุยเหมือนกันไปหมดสำหรับปู้ฟาง ที่มีปัญหาเรื่องการแยกแยะใบหน้าคนอยู่แล้วเล็กน้อย ชาย