สามพี่น้องร่างยักษ์ตระกูลโอวหยางเตรียมพร้อมออกศึก ทั้งสามรวบรวมพลังปราณเที่ยงแท้ภายในกาย แล้วหันไปเผชิญหน้ากับหุ่นเชิดเจ้าขาวที่ยืนอยู่เบื้องหลังชายหนุ่มเจ้าของร้าน
“พี่ใหญ่ ไอ้หุ่นเชิดนี่มันแข็งแกร่งนัก พวกข้าทั้งสองถูกโยนออกมาโดยไม่ทันรู้ตัวเสียด้วยซ้ำ!” โอวหยางตี้มองไปที่เจ้าขาวด้วยดวงตาเบิกกว้าง เขารู้สึกได้ทันทีว่าหุ่นเชิดตัวนี้มีฤทธิ์ไม่น้อย
“หุ่นเชิดจะแข็งแกร่งถึงเพียงนั้นได้อย่างไร หรือว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญของสำนักใดสำนักหนึ่ง แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้เพราะกองกำลังของเราทำลายสำนักขี้ประติ๋วพวกนั้นได้อย่างง่ายดาย” โอวหยางเจินคิด
ปู้ฟางมองปีศาจร้ายร่างหนาทั้งสามอย่างไร้อารมณ์ ตัวเขาเองไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าคนพวกนี้คิดอะไรอยู่ จึงพูดออกมาด้วยเสียงราบเรียบ “คราวนี้ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป เพราะเห็นแก่ความที่พวกเจ้าเป็นพี่ชายของเจ้าเด็กนั่น แต่จำไว้ว่าจะไม่มีคราวหน้าอีก”
“พี่ใหญ่! ไอ้ขี้กะโล้โท้นี่กำลังข่มขู่เราเช่นนั้นรึ!” โอวหยางตี้ถามอย่างไม่อยากเชื่อหูตนเอง
ไม่มีใครหน้าไหนในนครหลวงกล้าข่มขู่สามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยาง แม้ทั้งสามจะไม่ใช่อันธพาล แต่ก็น่ากลัวกว่าหลายขุมนัก ไม่ว่าพวกเขาจะเหยียบย่างไปที่ใด ที่แห่งนั้นล้วนตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่มีผู้ใดอยากทำตัวเป็นจุดสนใจต่อหน้าพวกเขาทั้งสิ้น
ทว่าในตอนนี้ทั้งสามกลับถูกไอ้ขี้กะโล้โท้ตัวแห้งข่มขู่เสียได้ คิดว่าสามยักษ์ร้ายแห่งตระ