กูลโอวหยางจะยอมถูกปรามาสง่ายๆ เช่นนั้นรึ
“เกียรติของสามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยางจะไม่มีวันโดนดูหมิ่น” โอวหยางเจินพูดอย่างเกรี้ยวกราด ดวงตาเขียวปั้ด
มุมปากโอวหยางตี้บิดขึ้นเป็นยิ้มแสยะ “นี่สิถึงเป็นพี่ใหญ่ของเรา! พี่ใหญ่ของเราคนนี้ทำให้เราทั้งสามขึ้นมามีอิทธิพลในนครหลวงได้! เราจะไม่มีวันเป็นสองรองใคร!”
ทว่าคำพูดต่อไปของโอวหยางเจินกลับทำให้โอวหยางตี้แทบกระอักเลือด
โอวหยางเจินมองเจ้าขาวที่ยืนอยู่เบื้องหลังปู้ฟาง “เจ้าหนุ่ม เรามาเจรจากันเถิด หากเจ้าส่งตัวน้องหญิงของพวกข้าคืนมา พวกข้าจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”
ปู้ฟางตอบหน้าตาย “เจ้าไปถามน้องหญิงของเจ้าเองเถิด น้องหญิงของพวกเจ้ามากินอาหารร้านข้าแต่ไม่จ่ายเงิน จึงต้องทำงานใช้หนี้เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ แล้วนี่ก็เพิ่งจะวันแรกเท่านั้น”
“อะไรนะ! น้องหญิงชักดาบรึ!” สามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยางชะงักงัน ปากอ้ากว้างด้วยความประหลาดใจ
โอวหยางอู๋เอ่ย “ต้องเป็นเพราะอาหารร้านเจ้ารสชาติไม่เอาอ่าวแน่ๆ มิเช่นนั้นเหตุใดน้องหญิงของพวกข้าจึงต้องชักดาบด้วย แม้ว่านางจะมีอุปนิสัยดื้อแพ่งไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แต่ก็ยังเป็นคนมีเหตุผล”
คำพูดของอีกฝ่ายทำเอาปู้ฟางขมวดคิ้วทันที ในฐานะพ่อครัวชายหนุ่มเกลียดยิ่งนักเมื่อมีคนมาวิจารณ์รสชาติอาหารที่เขาทำ มันถือเป็นการดูถูกที่ให้อภัยไม่ได้เลยทีเดียว
“เริ่มต้นภารกิจรอง: ทำให้สามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยางรู้ซึ้งถึงความอร่อ