ไหวนี้ทันที และกำลังปลื้มปริ่มกับหายนะครั้งนี้ เจ้ารู่เก๋อยิ้มเยาะไม่หยุด ชายหนุ่มรอโอกาสแก้แค้นมานาน แต่กลับกลายเป็นว่าตัวเขาไม่ต้องมือสกปรกเองเสียนี่
สามยักษ์ร้ายแห่งตระกูลโอวหยางได้ชื่อว่าเป็นปีศาจจอมทำลายล้าง เพราะไม่ว่าจะย่างกรายไปแห่งหนใด ทุกสิ่งก็พังราบคาบเป็นหน้ากลองทั้งสิ้น เมื่อโอกาสมาถึง เจ้ารู่เก๋อก็เพียงแค่ต้องเดินไปเหยียบหน้าไอ้เจ้าของร้านหน้าตายนั่นเท่านั้น
หากมุ่งหน้าตามถนนสายหลักของนครหลวงไปเรื่อยๆ เมื่อเดินผ่านร้านปักษาเพลิงนิรันดร์ไปไม่กี่จั้งแล้วเลี้ยวซ้าย ก็จะเจอตรอกๆ หนึ่ง พอเข้าไปในตรอกนั้นเรียบร้อย จะเจอร้านเล็กๆ ของฟางฟาง
ปู้ฟางเจ้าของร้านกำลังนอนขดอาบแดดอยู่บนเก้าอี้ ไอแดดทำให้ชายหนุ่มอุ่นไปทั้งร่างและเริ่มง่วงนอน
โอวหยางเสี่ยวอี้นั่งอยู่ใกล้ๆ กันและกำลังเบื่อสุดขีด ในเมื่อไม่มีอะไรทำ เด็กหญิงที่อยากกินปลาดองเหล้าและน้ำแกงเต้าหู้หัวปลาสุดกู่จึงเริ่มฝึกพลังปราณอย่างแข็งขัน
ทันทีที่สามพี่น้องตระกูลโอวหยางเดินเข้ามาในตรอก พลังปราณที่ร่างของทั้งสามแผ่ออกมาก็ทำให้เกิดลมกรรโชกแรงเสียจนฝุ่นตลบไปหมด
ตูม ตูม ตูม!
ทั้งสามเปรียบเสมือนสัตว์ร้าย ทุกครั้งที่ก้าวเดิน พื้นก็พลันสั่นไหว
“พี่ใหญ่! ไอ้ร้านรูหนูข้างหน้านั่นอย่างไรเล่าที่จับน้องหญิงของเราไปจองจำ! เราไปสังหารไอ้เจ้าของร้ายโฉดชั่วนั่นกันเถิด” โอวหยางอู๋พูดเสียงต่ำ ดวงตาโกรธเกรี้ยว
โอวหยางตี้ตบหน้าอกตนเอง หนวดปลิ