“สุราที่หมักจากธัญพืชหมักเหล้านี้น่าจะเลิศรสดีแท้” จีเฉิงเสวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาวาวเป็นประกาย กลิ่นสุราที่โชยเข้าจมูกนั้นทั้งเข้มข้นและกลมกล่อมเทียบได้กับ “สุราเพลิงชัชวาลหอมชั้นเยี่ยม” จากวังหลวงเลยทีเดียว
ตอนที่พ่อครัวหนุ่มนำปลาดองเหล้าออกมาให้องค์ชายสาม ทุกคนในร้านต่างหันมามองเป็นตาเดียว แม้แต่เด็กหญิงยังชะเง้อคอมองด้วยความอยากรู้ว่าหน้าตาของมันจะเป็นอย่างไร แม้ตัวนางเองจะเชื่อมั่นสุดหัวใจว่าปลาดองเหล้าต้องไม่อร่อยเท่าน้ำแกงเต้าหู้หัวปลาก็ตาม
“สวยเหลือเกิน…” เซียวเยียนอวี่อุทานเบาๆ เมื่อเห็นปลาทะเลน้ำแข็งที่ส่องประกายสีชมพูอ่อน ดวงตาของนางจับจ้องอยู่ที่อาหารจานใหม่นี้ทันที
หนังปลาที่ปรุงสุกด้วยกรรมวิธีที่ปู้ฟางใช้ทั้งแน่นและเด้งเมื่อสัมผัส ธัญพืชหมักเหล้าไหลออกมาจากรอยผ่าที่ท้อง ส่งกลิ่นหอมและความร้อนออกมาในคราวเดียวกัน กลิ่นสุราเข้มข้นเอ่อล้นออกจากปากปลา ให้ความรู้สึกราวกับมันกำลังแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทร
“นี่ปลาดองเหล้าที่สั่ง กินให้อร่อย” ปู้ฟางพูดหน้าตาย
จีเฉิงเสวี่ยยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางหยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยความอดรนทนไม่ไหว แม้จะอยากกินอาหารตรงหน้ามากเท่าใด การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มก็ยังเป็นขั้นเป็นตอน องค์ชายสามใช้ตะเกียบจิ้มดูเพื่อตรวจสอบความแน่นของหนังปลา แรงต้านที่ผลักตะเกียบกลับมานั้นทำให้เขายิ้มพอใจ
มีเพียงพ่อครัวที่ควบคุมความร้อนได้แม่นยำเหมือนจับวางเท่านั้นที่