หู้หัวปลารึ” เซียวเสี่ยวหลงอ่านออกเสียง จากนั้นดวงตาของเขาก็หยีเล็ก มุมปากกระตุก “จานละยี่สิบผลึก… อาหารเถ้าแก่ปู้นี่แพงหูฉี่ไม่ทิ้งลายจริงๆ”
“น้ำแกงเต้าหู้หัวปลาอร่อยเหาะไปเลย! ข้าลองกินดูแล้วเมื่อวาน! ขอบอกเลยว่าอร่อยมากๆ ! เป็นน้ำแกงที่รสเลิศที่สุดที่ข้าเคยกินมา! อร่อยกว่า ‘น้ำแกงปลากระจกวิจิตรเจ็ดดาว’ ของลุงอ้วนเสียอีก” โอวหยางเสี่ยวอี้พูด ดวงตาเป็นประกาย
เซียวเยียนอวี่ประหลาดใจมาก ลุงอ้วนที่โอวหยางเสี่ยวอี้พูดถึงคือหัวหน้าพ่อครัวหลวงประจำพระราชวัง น้ำแกงปลานี้เทียบเท่าอาหารจานเอกของลุงอ้วนจริงๆ น่ะหรือ
“ข้าอยากกินเหลือเกิน ในเมื่อเสี่ยวอี้โฆษณาเช่นนี้แล้ว ข้าจะลองสั่งดูก็แล้วกัน… เอาปลาดองเหล้า” จีเฉิงเสวี่ยยิ้มจนตาหยีอย่างสง่างาม
โอวหยางเสี่ยวอี้จ้องหน้าองค์ชายด้วยสีหน้าราบเรียบ ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเราระเหยหายไปไหนแล้วกันนะ
“เช่นนั้นข้าสั่งน้ำแกงเต้าหู้หัวปลาก็แล้วกัน” เซียวเยียนอวี่สั่งเสียงเบา เสียงของนางไพเราะราวบทเพลงของนกน้อย
“ข้า… ข้าขอข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุงเหมือนเดิม” เซียวเสี่ยวหลงรู้สึกเจ็บกระดองใจเหลือเกิน… เขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าปู้ฟางจะมีอาหารจานใหม่ จึงเอาผลึกมาไม่พอจ่าย หนำซ้ำร้านนี้ยังไม่อนุญาตให้ลูกค้าติดไว้ก่อนเสียด้วย
“ได้ รอสักครู่” เด็กหญิงจำรายการอาหารที่ทั้งสามสั่งอย่างจริงจัง จากนั้นก็เดินไปที่หน้าต่างครัวเพื่อบอกปู้ฟาง
“ได้ รับทราบ” ปู้ฟางพยักหน้า