น้ำแกงเต้าหู้หัวปลาต้องใช้เวลาทำนานกว่าข้าวผัดไข่ เพราะต้องตั้งไฟไว้ให้เดือดสักพัก ด้วยเหตุนี้ปู้ฟางจึงทำทั้งน้ำแกงเต้าหู้หัวปลาและข้าวผัดไข่ไปพร้อมๆ กัน
ระหว่างห้องครัวกับห้องอาหารมีหน้าต่างอยู่ ซึ่งดูเหมือนว่าระบบเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อครู่ ปู้ฟางวางข้าวผัดไข่ที่ทำเสร็จแล้วลงบนขอบหน้าต่างนั้น ก่อนตะโกนเรียกเด็กหญิงให้มารับไป
“นี่ข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุง เอาไปให้ลูกค้าเสีย” ปู้ฟางเอ่ย จากนั้นก็เมินใบหน้าเหวอๆ ของเด็กหญิงแล้วกลับเข้าครัวไป
“ไอ้หมอนี่… กล้าสั่งให้ข้าเอาอาหารไปให้ลูกค้าจริงๆ รึ!” ดวงตาของโอวหยางเสี่ยวอี้เบิกกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ด้วยสถานะของนาง ย่อมไม่มีใครหน้าไหนกล้าสั่งให้นางใช้แรงงาน แน่นอนว่าการเอาอาหารไปบริการเหมือนข้ารับใช้นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เด็กหญิงมองไปทางปู้ฟาง ย่นจมูก ก่อนส่งเสียงฮึ่มฮั่มออกมาอย่างโอหัง
นางถือชามด้วยมือทั้งสองข้าง กลิ่นหอมของข้าวผัดโชยกรุ่นขึ้นใส่หน้า ทำให้เด็กหญิงผู้ยังไม่ได้กินข้าวเช้ารู้สึกหิวขึ้นมาทันที
“เหตุใดจึงหอมถึงเพียงนี้!” โอวหยางเสี่ยวอี้กำลังจะเป็นบ้า ราวกับว่าข้าวผัดไข่สีทองชามนี้กำลังปล่อยกลิ่นยั่วให้นางหิวจนไส้จะขาด
“ให้ข้ามาทำงานเยี่ยงสาวรับใช้นี่มันชั่วช้าเกินไปแล้ว!” นางก่นด่าในใจ จากนั้นก็วางข้าวผัดไข่ลงเบื้องหน้าเจ้าอ้วนจินพร้อมพ่นลมด้วยโทสะ “ไอ้อ้วนนี่กล้าให้ข้าเอาอาหารมาให้มันได้อย่างไรกัน!”
เมื่อเจ้าอ้วนจิ