นเห็นโอวหยางเสี่ยวอี้เดินเอาอาหารออกมาให้ด้วยตนเอง เขาก็รีบลุกขึ้นต้อนรับนางด้วยสีหน้าปลื้มปริ่ม
โอวหยางเสี่ยวอี้เมินอีกฝ่ายก่อนรีบเดินหนีไปทันทีที่วางอาหารลงบนโต๊ะเรียบร้อย นางกลัวว่าตนเองจะทนความหิวไม่ไหวแล้วกินข้าวผัดไข่เสียเอง
ปู้ฟางวางข้าวผัดไข่อีกชามบนหน้าต่าง ใบหน้าชะงักกึกเมื่อเห็นสภาพโอวหยางเสี่ยวอี้ที่เดินกลับมา
เด็กหญิงเอาผ้าเช็ดหน้าพันรอบศีรษะโดยทำปมไว้ตรงโพรงจมูก หน้าตาท่าทางดูเหมือนโจรวิ่งราวไม่มีผิด
“เป็นอะไรไป” ปู้ฟางถามหน้าตาย
“นายท่านตัวเหม็น! รู้หรือไม่ว่าการที่บริกรอย่างข้าต้องทนต่อความอยากกินนั้นมันยากเพียงใด!” เด็กหญิงพูดพร้อมกลอกตาอย่างหัวเสียให้ปู้ฟาง
ปากของชายหนุ่มเปิดกว้าง แต่ไม่ได้ยิ้ม
หนึ่งเค่อต่อมา น้ำแกงเต้าหู้หัวปลาก็พร้อมกิน กลิ่นหอมเข้มโชยออกจากครัวไหลบ่าเข้าท่วมทั่วทั้งร้านทันที
เจ้าอ้วนจินที่กำลังกินข้าวผัดไข่อยู่หยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นดมในอากาศ ราวกับอยากจะสูดกลิ่นหอมนี้เข้าปอดไปเสียให้หมด
“หอมเหลือเกิน! กลิ่นไม่เหมือนข้าวผัดไข่เสียด้วย! หรือว่านี่จะเป็นกลิ่นของอาหารจานใหม่!” เจ้าอ้วนจินพึมพำกับตนเอง จากนั้นดวงตาก็เป็นประกายขึ้นพร้อมเหลือบไปมองทางครัวด้วยความคาดหวัง
ชามที่ใส่น้ำแกงเต้าหู้หัวปลานั้นใหญ่กว่าชามปกติมาก ปู้ฟางจึงไม่ปล่อยให้เด็กหญิงเป็นคนนำมาให้ลูกค้า เขาถือชามค่อยๆ เดินออกจากครัวมา
ทันทีที่เดินออกมายังห้องอาหาร ทุกคนก็หันมาจับจ้องเขาเป