เถ้าแก่ เอาข้าวผัดไข่มาก่อนเลยสิบชาม!
หากคำพูดนี้ดังขึ้นในร้านอาหารเล็กๆ ร้านอื่น เจ้าของร้านคงพากันปลื้มปิติเป็นล้นพ้นแน่นอน แต่ร้านของปู้ฟางกลับไม่เป็นเช่นนั้น
ปู้ฟางที่กำลังจะเข้าครัวพลันหยุดชะงัก เขาหันตัวกลับมามองซุนฉีเซี่ยงที่อยู่ในชุดคลุมยาวหลากสี แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “คุณลูกค้า ร้านของเราขายข้าวผัดไข่ให้ลูกค้าแค่วันละชามต่อคนเท่านั้น แต่เจ้าจะสั่งผัดผักหรือบะหมี่แห้งคลุกแทนได้… อ๋อ หรือเจ้าอยากจะสั่งข้าวผัดไข่สูตรปรับปรุงก็ได้เช่นกัน”
ซุนฉีเซี่ยงรู้สึกประหลาดใจที่ตนเองโดนปฏิเสธเช่นนี้ เขามองปู้ฟางด้วยสายตาราวกับว่าไอ้หมอนี่มันโง่บ้าเซ่อหรืออย่างไร ก่อนจะยกพัดขึ้นชี้หน้าชายหนุ่มแล้วพูดด้วยรอยยิ้มกริ่ม “เจ้าไม่รู้รึว่าข้าคนนี้เป็นใคร”
เขาเป็นถึงหนึ่งในสามเสือผู้หญิงที่โด่งดังที่สุดในนครหลวง ผู้มีนามว่าซุนฉีเซี่ยง ไม่มีใครในที่แห่งนี้ที่ไม่รู้จักเขา! การที่เจ้าของร้านอาหารเล็กๆ นี้บังอาจปฏิเสธเขา ก็ไม่ต่างอะไรจากการรนหาที่ตาย!
ปู้ฟางมุ่นคิ้วก่อนมองดูซุนฉีเซี่ยงดีๆ อีกครั้ง ดวงตาของชายตรงหน้าปู้ฟางเรียวเล็ก ปากยื่นหนา แก้มตุ่ยเหมือนลิง แม้ซุนฉีเซี่ยงคนนี้จะหน้าตาอัปลักษณ์เสียจนปู้ฟางอาจพาลเข้าใจผิดไปว่าเขาเป็นสายพันธุ์อื่น… แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกเสียทีว่าชายตรงหน้านี้เป็นใคร
“ข้าไม่รู้จักเจ้า แต่ร้านของเรามีกฎวางไว้ชัดเจน หากไม่กินก็ออกไปเสีย” ชายหนุ่มพูดเรียบๆ