“พับผ่าสิ! น่าสนใจดีนี่ ข้าเป็นพวกชอบแหกกฎยิ่งกว่าอะไรเสียด้วย! หากเจ้าไม่เอาข้าวผัดไข่สิบชามมาให้ข้า ข้าจะพังร้านเจ้าให้เละมันเสียเลย! เป็นแค่ร้านรูหนูแท้ๆ ยังมีน้ำหน้ามาพูดเรื่องกฎกับข้าอีก!” ซุนฉีเซี่ยงหัวเราะลั่น พลางคิดไปว่าแปลกดีกับการที่มีคนในเมืองหลวงไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร
เซียวเยียนอวี่ทนดูโดยไม่ทำอะไรไม่ไหวอีกต่อไป นางไม่คิดว่าซุนฉีเซี่ยงจะถึงกับตามมาที่ร้าน หากร้านนี้ถูกทำลายจะกลายเป็นความผิดของนางไปโดยปริยาย
“ซุนฉีเซี่ยง หัดระวังกิริยาเจ้าเอาไว้บ้าง! หากเจ้ามาเพื่อกินก็แค่กินเสีย อยากให้ข้าโยนเจ้าออกไปรึ” เสียงของเซียวเยียนอวี่เจือความเย็นเยือกเล็กน้อย
ส่วนเซียวเสี่ยวหลงนั้นมองซุนฉีเซี่ยงด้วยสายตาเย็นเยียบอยู่แล้ว
ปู้ฟางยังคงมีสีหน้าไร้อารมณ์หลังจากที่ได้ยินคำขู่ของซุนฉีเซี่ยง
เขาถูมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันและเหลือบมองอีกฝ่ายเล็กน้อย “พังร้านข้ารึ เจ้าไม่มีปัญญาหรอก หากจะสั่งอะไรก็รีบสั่ง รายการอาหารอยู่บนกำแพงโน่น หากยังทำให้ข้าเสียเวลา ข้าจะใส่ชื่อเจ้าเข้าไปในบัญชีหนังหมาของร้านเสียเลย”
เซียวเยียนอวี่มีสีหน้าเหมือนต้องมนต์สะกด ส่วนเซียวเสี่ยวหลงเองก็อึ้งไปเช่นกัน ทั้งสองไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดปู้ฟางจึงไม่กลัวซุนฉีเซี่ยง ซุนฉีเซี่ยงนั้นมีอำนาจมากในนครหลวงแห่งนี้ แม้แต่ร้านอาหารอันดับหนึ่งประจำเมืองอย่างร้านปักษาเพลิงนิรันดร์ยังไม่กล้าหือกล้าอือกับเขา แล้วปู้ฟางไปเอาความมั่น