ใจเช่นนี้มาจากแห่งหนใดกัน
ซุนฉีเซี่ยงยิ้มด้วยความโกรธ การที่เจ้าของร้านอาหารเล็กๆ กล้าท้าทายเขาอย่างโอหังเช่นนี้ ทำให้เขาเข้าใจอะไรขึ้นมาได้
“ไอ้ลูกกรอกนี่บ้าดีเดือดดีเหมือนกัน คนสุดท้ายที่กล้าพูดเช่นนี้กลับข้ากลายเป็นอาหารปลายุ่ยๆ ไปเรียบร้อยแล้ว” ซุนฉีเซี่ยงยิ้มเย็นก่อนหันหน้าไปมองรายการอาหาร บนผนังมีชื่ออาหารเขียนเอาไว้เพียงสี่รายการเท่านั้น
เพียงสั่งคำเดียวเขาก็สามารถนำคนมาพังร้านนี้ได้ทันที แต่แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ตอนที่เซียวเยียนอวี่ยังอยู่ ถึงอย่างไรก็ยังทำไม่ได้ตอนนี้ ซุนฉีเซี่ยงจึงตัดสินใจว่าจะลองสั่งมากินดูสักหน่อย
“ฮ่าๆ ร้านนี้เป็นร้านรูหนูจริงๆ เสียด้วย มีอาหารอยู่แค่สี่รายการ แถมยังซ้ำกันอีก… เจ้าคิดว่าตัวเองจะขายแค่ข้าวผัดไข่ตลอดไปเช่นนั้นรึ” ซุนฉีเซี่ยงมองชื่อรายการอาหารโดยไม่สนใจดูราคาแม้แต่น้อย
ราคารึ คนอย่างซุนฉีเซี่ยงมีเงินล้นเหลือ!
“จะสั่งอะไร” ปู้ฟางถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เอามาอย่างละจาน” ซุนฉีเซี่ยงเดินลงไปนั่งที่โต๊ะ เขาอยากรู้ว่าร้านเล็กๆ นี้มีดีอะไรถึงเรียกสาวงามที่สุดในนครหลวงมานั่งกินได้
ชายหนุ่มในชุดคลุมหลากสีมองไปรอบๆ ร้าน ต้องยอมรับว่าการตกแต่งนั้นเป็นเอกลักษณ์มากทีเดียว ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นดี
“ทุกรายการรึ ย่อมได้ ทั้งหมดสิบเอ็ดผลึก สองร้อยเหรียญทอง”
ปู้ฟางยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะ ก่อนแจกแจงราคาอย่างไร้ความรู้สึก
ซุนฉีเซี่ยงกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ ตอ