ู้ตัวอยู่” นักพรตถานเดินมายังริมผา มองไปยังทะเลเมฆทางใต้
นักพรตไป๋เดินมาข้างกายเขา กล่าวว่า “ไม่ว่าเขาจะเป็นจิ่งหยางหรือว่าสรรพสิ่งรวมเป็นหนึ่ง หากเขามาที่เขาอวิ๋นเมิ่งได้ นั่นย่อมเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แต่ทั้งข้าและท่านต่างรู้ดีว่านั่นเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ที่เขาถอยออกมาเองมิใช่เพราะว่าจะปกป้องตัวเอง หากแต่เป็นเพราะไม่อยากให้ชิงซานเกิดความวุ่นวายภายใน ดูแล้วไท่ผิงเองก็คงคิดเช่นนี้เหมือนกัน ฟางจิ่งเทียนถึงได้รามือไป”
นักพรตถานกล่าวด้วยสีหน้าเฉยชาว่า “ยิ่งไปกว่านั้นหยวนฉีจิงยังมีชีวิตอยู่”
สถานการณ์ของโลกบำเพ็ญพรตในตอนนี้ชัดเจนเป็นอย่างมาก ตำแหน่งของนักพรตหลิ่วฉือยังไม่มีใครมาแทนที่ได้ ฟางจิ่งเทียนเพิ่งจะบรรลุขั้นทะลวงสวรรค์ ยังห่างชั้นจากพวกเขาที่เป็นยอดคนขั้นทะลวงสวรรค์ระดับสูงสุด เช่นนั้นเมื่อเทียบกับสำนักจงโจวแล้ว สำนักชิงซานก็ยังอ่อนแอกว่าเล็กน้อย
“หากความคิดเหล่านี้ไม่สามารถเป็นจริงได้ พวกเรากับสำนักชิงซานคงได้แต่ต้องเปิดศึกใส่กัน โลกมนุษย์ทั้งสวยงามและอ่อนแอ ข้ากลัวว่าพวกเขาคงจะทนไม่ไหว”
นักพรตถานมองไปทางเมืองเจาเกอ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงเอาไว้ด้วยความรู้สึกสงสาร
นักพรตไป๋มองดู