ใบหน้าด้านข้างของเขา กล่าวถามว่า “คนที่อยู่ในเขาด้านหลังพวกนั้นว่าอย่างไรบ้าง?”
นักพรตถานกล่าวว่า “คนแก่เหล่านั้นบางคนก็เหมือนสายน้ำที่หยุดนิ่ง บางคนก็เหมือนบ่อน้ำที่แห้งเหือด ไหนเลยจะยังสนใจเรื่องราวบนโลก มีเพียงโค่วชิงถงที่เหมือนจะยินดีอยู่บ้าง”
เมื่อได้ยินชื่อโค่วชิงถง ไอหมอกที่อยู่บนใบหน้านักพรตไป๋ก็สลายไปเล็กน้อย คิ้วทั้งสองข้างขมวดขึ้นมา เห็นได้ชัดว่ากระทั่งนางก็ยังรู้สึกว่าค่อนข้างยุ่งยาก
นักพรตถานกล่าวด่วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “นิกายเสวี่ยหมัวถูกทำลายไป เขาเข้ามาอยู่ในเขาอวิ๋นเมิ่งได้พันปีแล้ว นิสัยดุร้ายดื้อรั้นได้สลายหายไปหมดแล้ว หากอยากจะให้โลกมนุษย์ได้รับความทุกข์ยากน้อยหน่อย ศึกในเมืองเจาเกอก็จำเป็นต้องชนะให้เร็ว เมื่อถึงตอนที่จำเป็นต้องให้เขาลงมือก็ห้ามลังเลเด็ดขาด”
นักพรตไป๋กล่าวว่า “หากสามารถสังหารไท่ผิงกับจิ่งหยางได้ ข้าย่อมต้องใช้เขาแน่นอน”
นักพรตถานกล่าวว่า “ศิษย์พี่ศิษย์น้องคู่นี้สติปัญญาไม่มีใครเทียบได้ แต่ตอนนี้สภาวะกลับยังต่ำต้อยอยู่ สิ่งที่ข้ากังวลก็คือท่าทีของฉานจึ แล้วก็คนที่อยู่ในเมืองไป๋เฉิงผู้นั้น”
นักพรตไป๋มองไปยังทะเลเมฆที่อยู่ทางเหนือ กล่าวว่า “หากเป็นเช่นนั้นจ