งน่าจะเสื่อมไปนานแล้ว ทำไมเจ้าถึงไม่ออกไป? แต่ว่าเจ้ายังอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน ข้ามักจะกังวลว่าอาจารย์อาเจ้าสำนักจะคิดผิด ถ้าเกิดเจ้าถูกอาเพียวผู้นั้นฆ่าตายไปแล้วจะทำอย่างไร”
หยวนฉวี่กล่าวว่า “ข้าไม่อยากเข้ามาเจอโครงกระดูกสีขาว เรื่องกลัวน่ะไม่กลัวหรอก เพียงแต่เมื่อคิดถึงว่าเป็นคนรู้จัก มันก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไร”
ถงเหยียนลืมตาขึ้นมา มองดูเขาอย่างเงียบๆ อยู่ครู่ ก่อนกล่าวว่า “ได้ยินว่าเมื่อก่อนนี้หลิ่วสือซุ่ยเป็นคนช่างพูด”
หยวนฉวี่กล่าวว่า “ข้าไม่ได้เลียนแบบศิษย์พี่สือซุ่ยเสียหน่อย เจ้าน่ะไม่รู้อะไร ความจริงแล้วพวกข้าต่างก็เป็นคนช่างพูดเหมือนกันนั่นแหละ รวมไปถึงจัวหรูซุ่ยด้วย เพียงแต่อาจารย์อาเจ้าสำนักกับอาจารย์ไม่ชอบพูด พวกเราก็เลยต้องฝืนเอาไว้….”
ถงเหยียนยกมือขึ้นมาเพื่อบอกเขาว่าไม่ต้องพูดแล้ว จากนั้นกล่าวถามว่า “ข้ากำลังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ มีธุระอะไร?”
หยวนฉวี่กล่าวว่า “อาจารย์อาเจ้าสำนักถามว่าเจ้าจะออกไปไหม”
ถงเหยียนกล่าวว่า “ที่นี่สงบดี ไม่ต้อง”
หยวนฉวี่กล่าวต่อว่า “อาจารย์อาเจ้าสำนักยังมีคำถามเกี่ยวกับสำนักจงโจวอีกหลายอย่างอยากจะถามเจ้า เจ้าลองคิดดูดีๆ แล้วค่อยเขียนก็ได้ อีกสองสามวันข้าค่อ