ยมาเอา”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็หยิบเอากระดาษสองสามแผ่นนั้นส่งให้ถงเหยียน
บนกระดาษแต่ละแผ่นนั้นมีคำถามอยู่สองสามข้อ ระหว่างคำถามแต่ละข้อจะเว้นที่ว่างเอาไว้ น่าจะเหลือเอาไว้ให้ถงเหยียนใช้เขียนคำตอบ
“ยังจะทดสอบอีกหรือนี่?”
ถงเหยียนรับเอากระดาษเหล่านั้นมา ภายในใจเกิดความรู้สึกทอดถอนใจคล้ายซูจึเย่ คนอย่างข้า…ทำไมถึงกลายเป็นคนที่คอยรับใช้ยอดเขาเสินม่อได้ล่ะ? แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกับซูจึเย่ก็คือจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าในงานเลี้ยงฉลองรับตำแหน่งเจ้าสำนักชิงซานได้เกิดเรื่องอะไรขึ้น แล้วก็ไม่รู้เรื่องที่ว่าจิ๋งจิ่วอาจจะเป็นนักพรตจิ่งหยาง ดังนั้นเขาจึงยิ่งรู้สึกหมดคำพูด
……
……
หลังออกมาจากยอดเขาซั่งเต๋อ หยวนฉวี่ก็ไปยังยอดเขาอวิ๋นสิงก่อน
ในฐานะที่เป็นศิษย์อันดับรองสุดท้ายของยอดเขาเสินม่อ เขาจึงมีศิษย์น้องเพียงแค่คนเดียว ดังนั้นก่อนหน้านี้เขาจึงได้เคยคิดเอาไว้ว่าจะต้องดีกับศิษย์น้องผู้นั้นให้มากหน่อย
แต่ผลสุดท้ายศิษย์น้องคนเล็กกลับถูกทุกคนลืมเอาไว้ในชิงซาน ผ่านไปหลายวันเขาถึงนึกขึ้นมาได้ นี่ทำให้เขารู้สึกผิดอยู่ในใจเล็กน้อย
บนยอดเขาอวิ๋นสิงเต็มไปด้วยก้อนเมฆที่ไหลเอื่อย แต่ในก้อนเมฆเหล่านั้นล้วนแต่เป็น